Disclaimer for Readers: เอนทรี่นี้...เป็นเอนทรี่หน้าม้า

Disclaimer for DQ Fans: เอนทรี่นี้...เป็นเอนทรี่รถม้า

Disclaimer for Zieghart: เอนทรี่นี้...ระวังโดนม้าดีดนะครับ

 

Introduction

ราวกลางปี พ.ศ. 2552 บล็อกเกอร์คนดังท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใน exteen นาม Zieghart ผู้เสพมังงะ อนิเม และเกมและอื่นๆ เป็นชีวิตจิตใจ ได้เริ่มบรรเลงคีย์บอร์ด ถ่ายทอดความหลงใหลของเขาที่มีต่อเกมซีรี่ย์ดราก้อนเควสท์ (DQ) ลงในบทความชุดนามว่าว่าว่า  Dragon Quest Reminiscence: เปิดปูม ตำนานมังกรกรกรกร

ด้วยสำนวนที่สนุกสนานและสไตล์การเขียนที่เข้าถึงง่าย DQ Reminiscence จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้อ่านในสังคม exteen แห่งนี้ รวมถึงบอร์ดพันทิปห้องเฉลิมไทย ... หลังจากลงติดต่อกันไม่นาน โพสของบทความชุดนี้ก็กลายเป็นจุดนัดพบในโลกไซเบอร์ ให้เหล่าแฟนเกมดราก้อนเควสท์ทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ทาง ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความประทับใจ และความหลังกว่ายี่สิบปี ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ซีรี่ย์เกมภาษารุ่นลายครามสัญชาติญี่ปุ่นนาม Dragon Quest นี่เอง

ความนิยมมี กำลังใจมา ผนวกกับกระแสรีเมคไตรภาค 4-6 แห่งนภาลงเครื่อง Nintendo DS ยิ่งเป็นเชื้อไฟให้ว่าที่นายแพทย์ (ปัจจุบันเป็นนายแพทย์แล้ว) ผู้นี้ ระดมเวลาว่างอันน้อยนิดที่เหลือจากการอยู่วอร์ด...ทยอยทำคลอดให้แก่ DQ Reminisence บทแล้วบทเล่าในเวลาเพียงไม่นาน และด้วยความยาวของบทความที่มากขึ้นเรื่อยๆ ชนิดแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่!!

และบัดนี้ บทความเหล่านั้น ก็ได้ถูกนำมารวมเล่มเป็นพ็อคเก็ตบุ้ค ออกวางขายตามแผงเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อราวต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ Legend of Dragon Quest: ตำนาน...ดราก้อนเควสท์ โดยสำนักพิมพ์กรีน-ปัญญาชน

 

 
เอ...ยังกับว่าเลย์เอาท์ของหนังสือเล่มที่ผมถืออยู่ในมือ มันต่างจากนี้ไปนิดหน่อยนะ?
หรือผมได้ Limited Edition มาโดยไม่รู้ตัวหว่า?!

 

Reciting The Legend

เนื้อหาภายในเล่มจะแบ่งเป็นส่วนของซีรี่ย์เกมหลักคือ DQ 1-9 ก่อน แล้วตามด้วยการแนะนำ spin-offs ทั้งหลายของดราก้อนเควสท์ทั้งในรูปแบบของเกมและมังงะ แต่จะเน้นหนักที่ซีรี่ย์หลักมากกว่า โดยใช้การนำเสนอในรูปแบบของการเท้าความและพูดคุย เท้าความถึงพล็อตเรื่องของแต่ละภาค และพูดคุยถึงความประทับใจที่ได้จากการเล่นทั้งแง่ของเนื้อเรื่อง ตัวละครและระบบ รวมถึงประเด็นเล็กๆ น้อยๆ อย่างมุขตลกประจำเกมหรือเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการพัฒนา วางจำหน่าย หรือ localization ในฉบับอเมริกัน ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่บทสรุปหรือ ultimania ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลลับสุดยอดสำหรับเซียนดราก้อนเควสท์ แต่จะเป็นเหมือนรายการเสวนาฮาเฮในวงน้ำชายามบ่าย ที่มีไว้แลกเปลี่ยนความรู้สึกสำหรับผู้สนใจหรือชื่นชอบดราก้อนเควสท์มากกว่า

(มีเพียงเนื้อหาภาค 9 ที่เขียนโดยคุณ ultimaweapon และ shinya ซึ่งผมยังไม่ได้อ่านส่วนของเนื้อเรื่องเพราะไม่อยากสปอยล์ตัวเอง แต่โครงสร้างของบทความจะคล้ายกันกับของแปดภาคแรกครับ)

ส่วนตัวผมเห็นว่ารูปแบบการเขียนแบบนี้ จะได้อรรถรสกับดราก้อนเควสท์มากกว่าซีรี่ย์เกมอื่น (รวมถึง FF ด้วย) นั่นเพราะดราก้อนเควสท์นั้นเป็น RPG แบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง นั่นคือเราจะสวมบทเป็นตัวเอกซึ่งมีหน้าที่ต้องรับรู้วิกฤติของโลกผ่านทางมุมมองของตัวเอง และแสวงหาทางแก้ปริศนาด้วยตัวเอง เราสามารถบังคับตัวเอกให้เดินไปมาและพูดคุยหาข้อมูลได้ แต่จะไม่มีตัวละครไหนมาทำหน้าที่ประมวลข้อมูลเหล่านั้นให้แก่ผู้เล่น ในขณะที่เกม RPG ส่วนใหญ่จะใช้มุมมองของบุคคลที่สาม คือให้ตัวเอกเป็นผู้เผชิญสถานการณ์ต่างๆ พร้อมกับออกความเห็นและมุมมองให้ผู้เล่นได้รับรู้

พูดอีกอย่างคือตัวเอกของ DQ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลดิบมหาศาลที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก และผู้เล่นต้องย่อยข้อมูลเหล่านั้นเอง ส่วนตัวเอกของ RPG อื่นๆ จะคอยป้อนข้อมูลที่ย่อยและเรียบเรียงแล้วบางส่วนให้แก่ผู้เล่น ในรูปแบบของโมโนล็อกหรือบทสนทนาระหว่างตัวเอกกับตัวละครอื่น

ลักษณะเฉพาะของดราก้อนเควสท์อย่างที่ว่ามาจึงทำให้ผู้ที่จบเกมโดยอาศัยบทสรุปนั้น แทบจะจำเนื้อเรื่องของแต่ละภาคไม่ได้เลย... หรือแม้จะจบได้ด้วยตัวเอง ก็มีโอกาสไม่น้อยที่เนื้อเรื่องจะรั่วไหลออกจากความทรงจำของผู้เล่นเอาซะดื้อๆ !

 

แม้กระทั่งหมอปัด Zieghart ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ยังเคยบ่นอุบว่าลืมเนื้อเรื่องระหว่างเขียนเลยนะครับ 

 

ดังนั้นในอีกแง่หนึ่ง Legend of Dragon Quest จึงเป็นเหมือนกับการเรียบเรียง เชื่อมโยง ชำระเนื้อหาของตำนานพรานมังกรและนำมันกลับมาเล่าใหม่ ซึ่งหาไม่ได้จากหนังสือบทสรุปอื่นๆ หากใครเป็นผู้เล่นที่เคยสนุกสนานกับซีรี่ย์ DQ เมื่อนานมาแล้ว และอาจหลงลืมตกหล่นไปว่าเหตุการณ์ในไตรภาคโรโตะภาคไหนเกิดขึ้นก่อนหลัง? ผู้กล้าโรโตะเป็นลูกของใคร? ทำไมโรโตะจึงเป็นผู้กล้าแห่งอเลฟการ์ด? ทำไมมิลดราธจึงต้องไล่ล่าครอบครัวของตัวเอกภาค 5 ถึงสามชั่วอายุคน? ราชาฝันเดธตามัวร์ต้องการอะไร? พ่อของตัวเอกภาค 7 เป็นใคร? ฯลฯ... คำตอบทั้งหมดอยู่ในหนังสือเล่มนี้ครับ

 

Closing Comment

ดราก้อนเควสท์ใช้ระบบเกมเพลย์ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ลงตัว ที่แม้จะใช้ระบบเลเวลเป็นแกนหลักมาทุกภาค แต่ไม่มีเกม RPG อื่นไหนที่วางโปรแกรมของระบบ lv up ได้น่าติดตามอย่างดราก้อนเควท์ เลเวลในแต่ละช่วงเนื้อเรื่องจะไม่ขึ้นยากหรือง่ายเกินไป ยากพอที่จะท้าทาย ง่ายพอที่จะจูงใจ ค่าประสบการณ์ที่ได้จากมอนสเตอร์ก็จะถูกคุมให้สมดุลกับพัฒนาการของตัวเอกในช่วงเนื้อเรื่องนั้นๆ ...ดูเหมือนจะง่าย แต่การสร้างระบบเลเวลอัพที่ไม่เคยทำให้ผู้เล่นผิดหวังเรื่องความยาก-ง่ายของเกมมาถึง 9 ภาคนั้น ย่อมบ่งบอกถึงความใส่ใจและความถึกเทพของทีมพัฒนาได้อย่างดี ระหว่างที่เล่นไปผมเองก็เคยจินตนาการว่าฝ่ายควบคุมคุณภาพของ DQ นั้นน่าจะต้องลองคำนวณ เล่นเกมจนจบและแก้โปรแกรมในส่วนของค่าประสบการณ์เป็นร้อยๆ รอบต่อภาค

จนถึงวันนี้ผมยังคงจำได้ดี ถึงความดีใจที่เลเวลอัพ ความมั่นใจที่ได้มาภายหลังจากเลเวลอัพ ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์บางตัวที่เคยวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนก่อนที่จะเลเวลอัพ ความภูมิใจที่ตัวเองค่อยๆ เก่งขึ้นทีละน้อยแต่รู้สึกได้ ความลิงโลดภายหลังที่ตรากตรำเก็บเงินเพื่อซื้ออาวุธดีๆ สักชิ้น ... ทุกการเปลี่ยนแปลงในดราก้อนเควสท์นั้นมีคุณค่า และเกมก็ถูกโปรแกรมมาเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึก "อิน" ได้จริงๆ ว่า ... เรานั้นเก่งกาจขึ้น และการปราบจอมมารร้ายที่คอยคุกคามโลกนั้น จะไม่ไกลเกินเอื้อมในสักวัน

แม้ว่าจะมีเนื้อเรื่องที่อนุรักษ์นิยมและตรงไปตรงมา ว่าด้วยการต่อสู้ระหว่างผู้กล้าและจอมปีศาจร้าย แต่แนวทางที่ Dragon Quest ยึดถือมาตลอด คือการพัฒนาเกมอย่างมีรากฐานเป็นขั้นเป็นตอน เอาส่วนดีของภาคเก่ามาเสริมด้วยความคิดใหม่ ตัวเกมในภาคหลังจึงครบครันไปด้วยองค์ประกอบที่ผู้เล่นชื่นชอบในภาคก่อน ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ การได้เล่นดราก้อนเควสท์จึงเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับได้ออกผจญภัยในโลกใบใหม่ร่วมกับเพื่อนคนเดิม ซึ่งรวมเอาความแปลกใหม่น่าตื่นตาตื่นใจ กับความหวนระลึกถึงความหลังเอาไว้ด้วยกัน

ใครที่หลงสเน่ห์ของดราก้อนเควสท์อย่างผม ก็คงจะชื่นชอบหนังสือ Legend of Dragon Quest ที่เป็นเหมือนกับอนุทินในช่วงยี่สิบปีของเพื่อนสมัยเด็ก ที่ว่าด้วยความหลังของการพบกัน นิสัยประหลาดๆ วีรกรรมห่ามๆ ที่เคยทำไว้ ความลับวงใน ความใฝ่ฝัน ข้อดีข้อเสีย การจิกกัดกันอย่างเปิดเผยด้วยมุขที่มีแต่เรากับเพื่อนไม่กี่คนที่เข้าใจ รวมถึงแง่มุมบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา ที่เราอาจลืมเลือนไปหรือไม่เคยรู้มาก่อน

แด่ความประทับใจในวันวาน แด่ตำนานอันยืนยงแห่งดราก้อนเควสท์

 

แท่ด แท่ด แท่ด

 

*: ส่วนที่ชอบ

1. สำนวนการเขียนที่เป็นมิตรทั้งกับแฟนๆ ดราก้อนเควสท์ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก และนักเล่นเกมที่ไม่เคยเล่นเกมซีรี่ย์นี้เลย แม้เป็นผู้อ่านในกลุ่มหลังก็ยังสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้ และ(หวังว่าจะ)เข้าใจคนที่ชอบดราก้อนเควสท์ได้ดีขึ้น

2. บทบรรยายขยายความประทับใจ บทวิเคราะห์ความเชื่อมโยงในแต่ละภาค และเก็บตกรายละเอียดมากมายที่บ่งบอกว่าผู้เขียนเขียนด้วยความรักใน DQ อย่างแท้จริง

3. มุขจิกกัดประชดประชันทั้งหลายสไตล์รักดอกจึงหยอกเล่น ฮาได้ใจแฟนเดนตาย

 

*: ส่วนที่ไม่ชอบ

1. พอได้มาอ่านติดกันรวดเดียว ก็รู้สึกว่าแนวสำนวนที่ปิดย่อหน้าด้วย "...!!"  หรือ "...นั่นเอง!!" ก็ออกจะล้นเกินไปนิด

2. มุขหลายส่วนโดนตัดต่อออกจากต้นฉบับที่เขียนลงบล็อก เข้าใจว่าเพื่อความกระชับ หรือไม่ก็เป็นเพราะข้ามห้วยไปกัดซีรี่ย์อื่น (อย่างท่อนที่เอามหาเวทย์มาดันเต้ไปเปรียบมวยกับมหาเวทย์อัลติม่า เป็นต้น)

3. เอ่อ... ตรงเลย์เอ้าท์หน้าปก ... ผมเห็นรอยสก็อตเทปเหลืองอ๋อยอยู่ตรึมเลยครับ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นรีวิวที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ค่ะ

#2 By Daughter Of Sparda on 2010-05-20 21:19

เขียนได้เยี่ยมเหมือนเคยนะปูทัน ชอบการรีวิวของนายมาก

ตอนนี้กำลังเขียนรีวิวเหมือนกัน แต่เกลาแล้วเกลาอีก เขียนยังไงก็ไม่ได้อย่างนาย ทำไงดี