สวัสดีครับ
 
ข้าน้อย วลาดิมีร์ ปูทัน กลับมาเขียนบล็อกอีกครั้งแล้วครับผม 
 
ยังมีใครอยู่แถวนี้มั้ยครับ  ยู้ฮูวฮูวฮูววววฮูววววววววว....
 
_________________________________________
 
 
 
 
 
 
หากจะกล่าวถึง Socrates หรือลุงโสฯ (?) แล้ว หลายคนย่อมคุ้นเคยกับมหาปราชญ์คนสำคัญแห่งกรุงเอเธนส์ (ราว 400 ปี ก่อนคริสตศักราช) ผู้ถูกขนานนามเป็นบิดาแห่งปรัชญาฝั่งตะวันตก กับสติปัญญาเลิศล้ำที่แฝงอยู่ในรูปร่างอ้วนแคระและหนวดเครารุงรัง (หรือไม่แน่ บางคนก็อาจจะรู้จักรูปร่างหน้าตาพิลึกๆ ของลุงแกดีกว่าตัวผลงานซะอีก) มรดกล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวจากลุงโสฯ ได้แก่ตรรกวาทหรือวิชาอันว่าด้วยการกล่าวอ้างอย่างเป็นเหตุเป็นผล และประโยคอมตะของลุงที่ว่า "ข้าพเจ้ารู้เพียงว่า ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลย"
 
วิชาตรรกวาทของโสเครตีส และวิธีการซักถามในแบบของโสเครตีสนั้นเป็นรากฐานที่สำคัญยิ่งในวงการปรัชญาและวิทยาศาสตร์ตะวันตก โสเครตีสไม่เคยเขียนหนังสือเอง ไม่สอนคำตอบหรือชี้ผิดถูกให้ใครตรงๆ โสเครตีสสอนเพียงวิธีการถามและการโต้แย้งที่ดี คำถามชุดของโสเครตีสนั้นทรงพลังยิ่ง ว่ากันว่าโสเครตีสไม่เคยแพ้ในการโต้วาทีให้แก่ใครเลยแม้แต่คนเดียว นักปราชญ์ร่วมสมัยแห่งกรุงเอเธนส์มากมาย และแนวคิดอันเลิศลอยของพวกเขาถูกโค่นล้มลงอย่างราบคาบเมื่ออยู่ต่อหน้าตรรกะไร้เทียมทานของโสเครตีส โดยลุงโสฯ อ้างว่าภารกิจของเขาคือการพาคนก้าวเข้าสู่ขั้นแรกของขอบเขตความคิดแห่งปราชญ์...นั่นคือการทำลายอัตตาเพื่อให้ตระหนักรู้ตัวตนแบบเดียวกับที่เขารู้...รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว เขาเองก็ไม่ได้รู้อะไรเลย
 
คำสอนของโสเครตีสสั่นคลอนรัฐบาลเอเธนส์อย่างได้อย่างไม่คาดคิด โสเครตีสถูกฟ้องในข้อหาบิดเบือนแนวความคิดของคนหนุ่มสาว และถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษในเวลาต่อมา แม้ว่าเหล่าสานุศิษย์จะเตรียมช่องทางหลบหนีให้แก่โสเครตีส แต่โสเครตีสปฏิเสธและเลือกที่จะรับโทษตาย เพราะเขาไม่อาจปฏิบัติตนให้ขัดแย้งกับคำสอนของตัวเขาเองได้...เรียกได้ว่ายอมตายอย่างมีตรรกะ ดีกว่ามีชีวิตอยู่โดยขัดแย้งกับหลักตรรกะเลยทีเดียว
 
 
 
ภาพเขียน The Death of Socrates โดย Jacques-Louis David(1787). 
 
 
โสเครตีสสิ้นชีวิตไปโดยไม่มีโอกาสได้อยู่ดูยุคสมัยแห่งปรัชญาที่เขาเป็นคนเริ่มต้นขึ้น...
 
แต่หากว่าเขามีโอกาสเช่นนั้นล่ะ?
 
 
 
 
 
หนังสือชุด Socrates Meets... โดย Peter Kreeft สมมุติและจินตนาการถึงความ(ไม่)น่าจะเป็นนั้น ด้วยการจับโสเครตีสมาโต้วาทีกับนักคิด-นักปรัชญาในยุคหลังภายในห้วงมิติลี้ลับหลังความตาย ในสถานที่ซึ่งไร้เวลา อาวุธ และอำนาจรัฐที่จะมาเป็นข้อจำกัดภารกิจของเขา ไม่มีการพักยก ไม่มีการหนี ไม่มีระฆังหมดเวลา กติกามีเพียงหนึ่ง คือทั้งสองฝ่ายต้องฟาดฟันกันด้วยคำพูด จนหมดแรงหรือฝ่ายหนึ่งยอมรับความพ่ายแพ้
 
 
ถ้าจะให้เปรียบเป็นภาษามวยปล้ำ นี่ก็คงเป็นดรีมแมตช์ระหว่างตำนานคนละยุคอย่าง ฮ้องค์ โฮแกน กับดิ อันเดอร์เทคเกอร์ สมัยยังท็อปฟอร์ม ด้วยกติกา no holds barred สุดฮาร์ดคอร์ อนุญาตให้ซัดกันด้วยระฆัง ไม้เบสบอล ลวดหนาม เก้าอี้ โต๊ะ ถังขยะ ฯลฯ จนกว่าจะตายกันไปข้าง ซึ่งเราจะไม่มีทางได้เห็นที่อื่นนอกจากในเกมหลอกเอาตังค์ของ WWE นั่นเอง! อาส์!!! 
 
 
  
 
 
#อะแฮ่ม#  เข้าฝั่งๆ....
 
จากที่ลองได้อ่านไปสองเล่มในซีรี่ย์ ได้แก่ Socrates Meets Machiavelli (นิคโคโล มาเคียเวลลี ผู้แต่ง Prince) และ Socrates Meets Marx (คาร์ล มาร์กซ์ เจ้าแนวคิดคอมมิวนิสม์) แล้ว ผมพบว่าจุดเด่นของซีรี่ย์นี้คือ แทนที่จะเขียนเป็นบทความยาวๆ คัดค้านแนวคิดของปรัชญาหัวต่างๆ แบบที่เคยพบเห็นทั่วไป ผู้เขียนกลับนำเสนอในรูปแบบของบทสนทนาหรือ dialogue ระหว่างลุงโสฯ กับตัวเอกประจำเล่มนั้นๆ
 
รูปแบบของการ "ฟังคนอื่นคุยกัน" นี้ ทำให้หนังสือเล่มนี้อ่านลื่นไหล เข้าใจง่ายและสนุกสนานกว่าการอ่านหนังสือปรัชญาในรูปแบบของ "เรียงความ" อยู่มากโข ตัวเนื้อหาสาระเองก็ถูกย่อยลงทีละประเด็นเล็กๆ ด้วยฝีมือของลุงโสฯ เพื่อให้แกซักฟอกได้ถนัดถนี่ และตามด้วยคำอธิบายเนื้อหาย่อยนั้นเป็นภาษาพูดจากอีกฝั่ง ทำให้ผู้อ่านไล่ตามเนื้อหาได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ลึกในปรัชญาสายนั้นๆ มาก่อน
 
อย่างไรก็ตาม หากผู้อ่านมีความรู้ในแนวคิด หรือทราบประวัติของนักคิดเจ้าของปรัชญานั้นๆ มาบ้าง ก็จะยังได้รับอรรถรสจากหนังสือเล่มนี้ในอีกมิติหนึ่ง นั่นคือบทพูดโต้ตอบสมมุติระหว่างลุงโสฯ และนักคิดแต่ละคนนั้น ช่างสมจริง และนอกจากเนื้อหาทางปรัชญาแห้งๆ แล้ว ก็ยังมีรายละเอียดที่สะท้อนปูมหลัง ที่มา อารมณ์ความรู้สึก บุคลิกภาพส่วนตัว ตลอดจนมุขตลกจิกกัดล้อเลียนลุงโสฯ หรือนักคิดคนอื่นหลายมุขที่สอดแทรกเข้ามาได้อย่างลงตัว ราวกับว่าผู้อ่านจะได้เห็นยอดนักคิดต่างยุคสมัยตัวเป็นๆ มาถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนต่อหน้าต่อตาเลยทีเดียว
 
ตัวอย่างเช่น บทเริ่มต้นของโสเครตีส vs คาร์ล มาร์กซ์ จะเป็นการพบหน้ากันของทั้งสอง ทว่าแม้ยังไม่ทันจะเริ่มถก มาร์กซ์ก็ออกอาการลนลานจนสติแตก ด้วยเพราะมาร์กซ์นั้นเป็นพวกวัตถุนิยมสุดขั้ว ซึ่งปฏิเสธการมีอยู่ของจิตวิญญาณทั้งหลายโดยสิ้นเชิง ดังนั้นโลกหลังความตายจึงเป็นสิ่งที่คาร์ล มาร์กซ์ ไม่อาจทำความเข้าใจได้.... หรือเมื่อซีนที่ลุงโสฯ สรุปว่าแนวคิดของมาร์กซ์นั้นใกล้เคียงกับศาสนามากกว่าวิทยาศาสตร์ มาร์กซ์ก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ด้วยเพราะคอมมิวนิสม์นั้นรังเกียจศาสนาเป็นที่สุด
 
รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ถูกใส่เข้ามาเพื่อให้ความรู้สึกว่านี่เป็นโสเครตีส  Vs มาร์กซ์  ...ไม่ใช่เพียง Dialogue Vs Communist Manifesto นั่นเอง
 
 
ผู้อ่านที่เชื่อถือในแนวคิดบางอย่างของนักคิดบางคนอยู่ก่อนแล้ว อาจต้องทำใจไว้สักหน่อยก่อนอ่าน เพราะพระเอกตัวจริงของซีรี่ย์นี้ก็คือลุงโสฯ และผู้เขียนเองก็คงจะศรัทธาในวิถีแห่งโสเครตีสอยู่ไม่ใช่น้อย ผลของการโต้วาทีในแต่ละเล่มจึงมักออกมาในรูปที่ลุงโสฯ ยังคงรักษาสถิติไร้พ่ายไว้ได้ตลอดกาล และนักปรัชญาเจ้าของแนวคิดที่สุดโต่งอย่างมาเคียเวลลี่หรือมาร์กซ์ ก็จะออกอาการ "ไม่เป็นมวย" โดนตรรกะของลุงโสฯ ไล่ถลุงเอ๊าถลุงเอาจนเมาหมัด แต่ถ้าตัดเอาความชื่นชอบส่วนตัว (หรือแม้แต่ความเชื่อที่มีต่อ "โลกหลังความตาย") ของคนอ่านออกไป ก็ต้องยอมรับว่าลุงโสฯ แกเก๋าจริง และสมควรที่จะเป็นผู้ชนะแล้ว
 
หนังสือซีรี่ย์นี้จัดอยู่ในหมวด pop philosophy ซึ่งเหมาะกับนักอ่านทุกระดับที่สนใจ ผู้ที่อยากเริ่มต้นทำความเข้าใจกับสำนักปรัชญาตะวันตกสายต่างๆ ก็จะคุ้นเคยและสนุกสนานไปกับมันได้ไม่ยาก ส่วนที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์หรือปรัชญาตะวันตกมาบ้าง ก็ย่อมจะตื่นตาตื่นใจไปกับจินตนาการและการค้นคว้าของคุณ Kreeft ผู้เขียน ที่นำบุคคลสำคัญทั้งสองคนมาประกบคู่โต้วาทีกันได้อย่างน่าเชื่อถือ หรือแม้กระทั่งฮาแตกไปกับมุขบั่นทอนปรัชญาทั้งหลายครับ 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

You don’t need to mull over where to buy resume paper any more. Expert resume writers are at a hand’s reach. Visit Prime-Resume page in order to check CV sample or buy resumes. Be certain that you will receive customized CV writing services.

#12 By over here (103.7.57.18|46.161.41.16) on 2013-04-23 17:57

Are willing to try yourself in academic papers accomplishing? See basic techniques of academic writing and research. In fact, I don't like to learn for a long time and I Purchase term paper.

#11 By Essay service (31.184.238.21) on 2012-01-07 23:23

I guess that to get the <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/business-loans">business loans</a> from creditors you ought to present a great reason. However, one time I have received a short term loan, because I was willing to buy a building.

#10 By SASHAVang (91.212.226.136) on 2011-12-21 04:45

#8

เย้ยยย ผมไปเรียกเขาแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?! อ่านดีๆ สิครับ ผมเรียกเขาว่า ]ลุงโสฯ ... ใช้สรรพนามของญาติผู้ใหญ่ด้วยความเคารพเลยอย่างสุดซึ้งนะครับ open-mounthed smile

ส่วนไปยาลน้อยนั่นก็เอาไว้ละ "...เครตีส" ไงครับ กรุณาอย่าจิ้นเป็นอย่างอื่น -- ฮา sad smile

ยินดีที่ได้กลับมาเช่นกันครับ จะพยายามต่อไฟตัวเองเรื่อยๆ ครับ ^^"
คุณปูทันเรียกชื่อบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้วางรากฐานของการศึกษาปรัชญาตะวันตกว่า "คุณโสฯ" เชียวรึครับ!!! open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

คุณภูมิก็แอบสนใจหนังสือชุดนี้เหมือนกันครับ มีรุ่นน้องที่เรียนเอกปรัชญาที่คณะแนะนำมา (สนใจของนีทเช่ด้วยเช่นกัน)

ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ surprised smile
โสเครตีสกะนีชเช่นีี่ท่าจะกินกันยาก
ผมเดาว่าระดับความกวนตีนแกน่าจะสูงพอๆกัน

#7 By 609 on 2010-03-14 05:41

เล่าจิ๊อหรือขงจื๊อคงจะยากหน่อย เพราะเขาเน้นแต่ปรัชญาตะวันตกน่ะครับ ^^"

รอนีทเช่อยู่เหมือนกัน
โอววว ปัดฝุ่นๆ>v<~~~
ไว้จะลองหาโสเครตีสฉะกับมาร์กส์มาลองอ่านมั่ง^ ^
ส่วนตัวแล้วอยากเห็นโสเครตีสฉะกับนิทเช่ละ

#5 By mikan on 2010-03-13 15:41

เห็นด้วยกับ #1 อยากเห็นโสเครติสฉะกับขงจื๊อชะมัด sad smile (แอบเกลียดขงจื๊อ ฮาๆ)

#4 By lumin on 2010-03-13 13:23

ช่วงนี้ว่างกำลังว่างจัด ต้องไปหามาอ่าน!!

#3 By UnknowPerson on 2010-03-13 12:56

โดนจังหวะจริงๆ พักนี้คิดอะไรๆใช้ตรรกะเยอะ เหอๆ
(หรือว่าผมทำตัวสติเฟื่องอยู่เป็นประจำ ก็ไม่รู้สิ - -' โดนคนมองแปลกๆ)

#2 By Detonator on 2010-03-13 12:24

ส่วนตัวไม่ชอบโสเครตีส แต่นับถือแกว่าเก๋าจริง
น่าจะเอามาเถียงกับเล่าจื๊อ ขงจื๊อ ฮ่า