หลังจากห่างหายกันไปกว่า 11 เดือน ก็กลับมาอีกครั้งกับซีรี่ย์ที่(ดอง)ยาวที่สุดใน exteen นะครับ คราวนี้สัญญาว่าจะเร่งให้จบรวดเดียว ไม่อู้งานอีกแล้วจ้า~

สำหรับผู้ที่ต้องกาีรทบทวนตอนเก่าๆ เชิญคลิกหน้าหลักที่นี่ได้ตามอัธยาศัยครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer: มุขเสียดสีในเอนทรี่นี้มีการใช้ภาษาที่รุนแรงพอประมาณ และพฤติกรรมที่ไม่น่าเอาอย่างสำหรับเด็กดี กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชม เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Sarcasm คือมุขที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลง [อารมณ์ความรู้สึก] ของผู้รับมุขอย่างปัจจุบันทันด่วน และใช้การที่สมองปรับอารมณ์ตามสิ่งเร้า (มุข) ไม่ทันจึงทำให้เกิดความเกินคาดและความขำื บ้างก็ว่ามุขเสียดสีเป็นตลกดิบหรือตลกระดับสัญชาตญาณ สาเหตุไม่ใช่เพียงเพราะเป็นการเล่นกับ [อารมณ์] แต่เป็นเพราะการเล่นมุขเสียดสีนั้นมักเป็นการเล่นกับ [อารมณ์ด้านลบ] ของคนซะมาก โดยอารมณ์ลบที่นำมาเสียดสีกันบ่อยที่สุดคือ ความโกรธ, ความกลัว, ความอับอาย, และความรู้สึกผิด ตามลำดับ แม้แนวคิดที่เอาความกลัวหรือความโกรธมาเล่นตลกจะฟังดูแปลกไปสักหน่อย แต่ถ้าลองนึกถึงโรงภาพยนตร์ที่ฉายหนังสยองขวัญ ก็จะพบว่ามีคนดูไม่น้อยเลยที่หัวเราะคิกคักหลังจากเพิ่งกรี๊ดกับฉากผีโผล่มาหมาดๆ กระบวนการซึ่งอาศัยความหวั่นไหวทางอารมณ์เช่นว่าให้เป็นประโยชน์ต่อการเล่นมุข ก็คือมุขตลกสายเสียดสีนั่นเอง

ทฤษฎีเก่าบางบทอ้างว่าเสียงหัวเราะวิวัฒนาการมาจากเสียงที่ลิงใช้ร้องเตือนภัยกันภายในฝูง หากทฤษฎีนี้เป็นจริงก็อาจถือได้ว่าการเสียดสีเป็นมุขตลกที่เก่าแก่ และเข้าใจง่ายที่สุดในบรรดาตลกทั้ง 6 สาย อีกทั้งยังมีความเกี่ยวพันกับการควบคุม-ระบายออกแรงขับทางสัญชาตญาณของมนุษย์ในฐานะสัตว์สังคมอย่างลึกซึ้ง

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างคือกลไกการเสียดสีจะเข้าไปเจืออยู่ในการเล่นมุขสายอื่นๆ อยู่ไม่มากก็น้อย จนกล่าวได้ว่าการเล่นมุขที่ปราศจากการเสียดสีโดยสิ้นเชิงนั้น ทำได้ยากกว่าการเล่นมุขสไตล์อื่นเพียวๆ เช่น การ์ตูนล้อการเมือง เป็นมุขที่ล้อเลียนหน้าตาและลักษณะเด่นของนักการเมือง แต่แปลงเอาความไม่พอใจของผู้อ่านที่มีต่อนักการเมืองคนนั้น มาเสียดสีให้เป็นเรื่องน่าขำ เป็นต้น

มุขเสียดสีสุดเบสิก ก็เช่นมุขที่มีไว้แขวะ แดกดัน กวนทีน หรือแอบด่าคนอื่นนั่นแล


 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างของมุขเสียดสีอื่นๆ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน

#1 ตลกเสียดสีเสียบรรยากาศ ทำลายความรู้สึกด้านบวกของฝ่ายตรงข้ามให้ราบคาบ! วิธีการก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณพูดหรือทำอะไรที่ขัดแย้งกับบรรยากาศอันรื่นรมย์ คุณก็จะได้มุขหนึ่งมุขมาใช้งานในบัดดล ... ยิ่งตรงข้ามและยิ่งขัดแย้งก็จะยิ่งขำ

ตัวอย่างมุขแนวนี้ก็เช่น พูดเรื่องสกปรกบนโต๊ะอาหาร, บรรยายเรื่องปฎิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชั่นและภาวะโลกร้อนท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง, หรือแม้กระทั่งตดในห้องแอร์ พวกนี้เป็นมุขชวนเสียบรรยากาศทั้งสิ้นครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

# 2


 

 

ตลกเสียดสีซ้ำด้ำพลอย หากมีใครซักคนรู้สึกไม่ดีเพียงเล็กน้อย ก็จงเหยียบย่ำความรู้สึกอันต่ำต้อยของอีกฝ่ายให้ติบลบจมธรณี! ทำทีลูบหลังแล้วค่อยตบหัวนั้นหนาคือกลยุทธ์สุดคลาสสิก! ความโกรธสุทธิที่ได้จะแปรเปลี่ยนเป็นความขำ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

# 3

 

 

ตลกเสียดสีเสริมศักดา ยกหางตัวเองให้เว่อร์เลอเลิศปาน InWuุตs จงอย่าละอายใจ! ไม่ต้องกระดากปาก! กรุณาฟังอีกครั้ง! สิ่งสำคัญของกระบวนท่านี้อยู่ที่ใส่ความเกินจริงจนน่าหมั่นไส้ และจัดให้เว่อร์สุดๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเก็ทว่าเราเล่นมุข ถ้าเราเล่นมุขนี้แบบเหนียมๆ จะได้ผลทางตรงกันข้าม นั่นคือคนรับมุขจะไม่เก็ทมุขและพาลเหม็นขี้หน้าเราไปอย่างถาวร

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

# 4

 


 

 

ตลกเสียดสีเสื่อมอัตตา (deprecation) เล่นง่าย ยิงไว โดนใจ แสบทรวง เพียงเล็งไปที่อีโก้ของใครซักคน แล้วหยิบเอาปมด้อยหรือความภูมิใจของอีกฝ่ายเป็นหัวข้อมุข ยิงเท่าไหร่ก็ได้ผลเท่านั้น แต่ขอให้จงระวัง! ปฏิกิริยาที่รุนแรงทั้งในแง่ของเสียงหัวร่อและบาทากำลังรอคุณอยู่

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

# 5 ตลกเสื่อมอัตตาย้อนศร (autodeprecation, self-deprecation) นอกจากมุขตลกอันชั่วร้ายทั้งหลายตามด้านบนแล้ว ก็ยังมีมุขเสียดสีด้านสว่างเป็นความหวังแด่ผู้ฝักใฝ่การเสียดสี แต่อนิจจาหนทางแห่งการเสื่อมอัตตาย้อนศรนั้นช่างคับแคบยิ่ง เพราะนิยามของมันคือการจงใจเสียดสีอารมณ์ด้านลบหรือปมด้อยของตัวผู้ยิงมุขเอง ทั้งนี้เพื่อย้อนศรให้กลไกแห่งการเล่นมุขทั้งหมดไปตกอยู่กับฝ่ายตรงข้าม เสมือนหนึ่งว่าผู้รับมุขคือผู้ยิงมุข มุขนี้จึงเป็นมุขสำหรับผู้อุทิศตน ผู้สละอัตตาเพื่อบรรลุวิชาศาสตร์แห่งมุข! ...อา! ผมควรจะเรียกมันว่าเป็นมุขพ่อพระ หรือมุข SM ดีฟระนี่ ?!

 

มีเรื่องเล่าว่าอับราฮัม ลินคอร์น เคยถูกนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามด่าว่าเป็น “พวกตีสองหน้า”

... คำตอบโต้ของลินคอร์นคือ

“คุณครับ ถ้าผมมีสองหน้าจริง ผมจะเอาไอ้หน้าตาพรรค์นี้ออกมาให้คนอื่นมองทำไม?”

 

ข้อดีมากๆ ของมุขเสื่อมอัตตาย้อนศรคือ เป็นกาีรชิงลงมือก่อนเพื่อลดโอกาสที่คนอื่นๆ จะมาถากถางเรา[ด้วยประสงค์ร้าย] ซึ่งเป็นเทคนิกที่ได้ผลชะงัดในการเข้าสังคม และยังเป็นการตอบโต้ผรุสวาทของคนอื่นด้วยการแปรให้เป็นเรื่องขำขัน ซึ่งจะทำให้ผู้ไม่หวังดีต่อเราเสียเซลฟ์ไปโดยอัตโนมัติ เพราะยิ่งด่าเราแรงเท่าไหร่ ก็ยิ่งเท่ากับยิ่งหลวมตัวมาร่วมวงเล่นมุข เป็นคณะตลกตึ่งโป๊ะกับเรามากขึ้นเท่านั้นเอง

ผู้เชี่ยวชาญมุขเสื่อมอัตตาย้อนศรมักแขวะตัวเองก่อนจะแขวะคนอื่น หรือถ้าใครแขวะตัวเอง ก็จะแขวะตัวเองแถมไปให้อีกดอก ก่อนจะหัวเราะร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนประเภทนี้มักมีเพื่อนเยอะ และมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงเป็นพิเศษครับ :)

<<ใครอยากดูปูทันเล่นมุขเสื่อมอัตตาย้อนศร กรุณารอชมตอนของมุขสายล่อเป้าแทนนะครับ ผมจะยำตัวเองจนไม่เหลือซากเลย เหอๆ ^^; >>

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

EXTREME CAUTION: มีคนเคยเปรียบเปรยว่ามุขเสียดสีก็เหมือนกับเหล้า ดื่มเล็กน้อยพอเฮฮาเข้าสังคม แต่ดื่มแล้วต้องรู้ขีดจำกัด ถ้ามากไปก็จะอ้วกแตกหรือไม่ก็ตีกันตาย

มุขสายนี้ห้ามเล่นพร่ำเพรื่อ ควรเล่นให้น้อยแต่ได้ผลที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แม้จะเป็นมุขเสื่อมอัตตาย้อนศร แต่หากเล่นมากไปก็จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดจนจิตตกได้เหมือนกัน) หรืออาจใช้การผสมกับโค้ก...เอ๊ย มุขสายอื่น...เพื่อให้เหล้า...เอ๊ย มุขเสียดสี...ไม่บาดคอ...เอ๊ย บาดใจ ...จนเกินไปนัก

ย้ำอีกครั้งว่าก่อนเล่น ขอให้ประเมินอีกฝ่ายให้ดี ว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมจะขำไปกับมุขของเราหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจแม้แต่น้อยก็อย่าเล่น เพราะความรู้สึกของมนุษย์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และ หากผลร้ายที่สุดของการเล่นมุขสายอื่นๆ คือมุขแป๊ก ผลร้ายที่สุดของตลกเสียดสีก็คือการเสียเพื่อนครับ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มุขของแถม กับกระบวนท่าที่กวนทีนขึ้นไปอีกขั้น แต่เป็นตัวสาธิตอย่างดีว่าทักษะมุขสายเสียดสีนั้นสัมพันธ์กับความสามารถในการควบคุมอารมณ์อยู่มาก

 

You Don't Mess With Putan
 

 

ตลกเสียดสีสนองโทสะ ครับผม

(กรุณาใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขออุทิศพื้นที่ท้ายเอนทรี่นี้ ขออภัยเหยื่อทั้งหลายที่เคยโดนผมเสียดสีไปครับ m(_ _)m

 

…แต่มันก็ขำจริงๆ นะปู~ lol

 

แล้วพบกันใหม่ปีหน้าครับ

(ซะที่ไหนกันละเฟร้ย!!)

Comment

Comment:

Tweet

อ้า เกือบพลาดอัพเดทครั้งนี้ไปซะแล้ว~~ มหกรรมJune write นี่น่ากลัวจริงๆครับ วันนึงๆ อัพกันหลายร้อยหลายพันคน แค่ที่ add ใน fav ก็หลายสิบแล้ว ^^" หายหน้าไปไม่กี่วัน เอนทรีก่อนหน้าก็โดนกลบไปซะลึกเลย

จากที่อ่านมา สรุปได้ว่า ตลกสายเสียดสีนี่ เป็นสายนึงที่ต้องการ "ทักษะ" ของผู้ใช้อย่างยิ่งยวดจริงๆครับ ทั้งความสามารถในการประเมินบรรยากาศรอบข้าง การรู้จังหวะพูด การเลือกใช้คำ การจับอารมณ์ของผู้รับมุข แล้วก็การวัดระดับความรู้ความเข้าใจของผู้ฟัง

หากไม่อย่างนั้นแล้ว "ค่าตอบแทน" ของการเล่นมุขไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา และไม่ถูกจังหวะนั้น จะใหญ่หลวงนัก...นอกจากไม่ขำแล้ว อาจถึงขั้นเปลืองตัว โดนหมั่นไส้ โดนเกลียดขี้หน้า และถึงขั้นโดนจองเวรได้เลยทีเดียวเชียว

ดาบสองคมนะครับ ถ้าโจมตีตรงเป้า ก็ติดคริติคอลได้ แต่ถ้าวืดที โดนสวนกลับ จุกแน่นอน ^^

ให้สาม Hot! Hot! Hot! สำหรับบทความ ภาพประกอบ แล้วก็การปัดฝุ่นบล็อกครับ confused smile

#9 By Zieghart on 2009-06-20 12:21

เข้ามารายงานปรากฏการณ์ลึกลับในบล็อกนี้ sad smile

เรื่องคอมเมนต์น้อย (เมื่อเทียบกับมุขศาสตร์ตอนอื่นๆ) อันนี้พอเข้าใจได้ว่า อาจเป็นเพราะเขียนชนกับมหกรรมมิถุนาลิขิต ที่กระตุ้นให้มีเอนทรี่เด็ดๆ ผุดขึ้นมาชนโรงกันเต็มไปหมด หรือเป็นเพราะตรงกับช่วงที่ขาประจำหลายท่านไม่ว่าง หรือเป็นเพราะมุขตัวอย่างไม่ค่อยขำ (แน่ล่ะ ผมกรองมุขเสียดสีชนิดฮาร์ดคอร์ออกไปซะเกลี้ยง sad smile)... หรืออาจเป็นเพราะผมดองซีรี่ย์นี้มานานจนใครต่อใครลืมไปหมดแล้ว ก็เป็นไปได้




แต่ที่น่างงคือ ยอดเข้าชมบล็อกของวันที่ 15 มิ.ย. (ก่อนอัพเอนทรี่นี้ 1 วัน) ดันสูงกว่าวันที่ 16 กับ 17 ซะอีก... ทำไมกันคร้าบบบบ =[]=!

บล็อกที่เพิ่งอัพหมาดๆ น่าสนใจน้อยกว่าบล็อกดองเค็มงั้นเรอะ !?

orz"
โอ้วววววว และแล้วก็กลับมาสักที รออ่านนานมาก T__T

Hot! Hot! Hot!
Hot! Hot! Hot!

ส่วนตัวแล้วรู้สึกประทับใจมุขเสียดสีประเภทที่ 5 มากที่สุดนะครับ (หรือปูทันอาจจะประทับใจคนเพศที่ 2 ก็ไม่ผิด??)

เหอ ๆ นอกเรื่อง!!!

ที่คิดอย่างนั้นเพราะรู้สึกว่าผู้เล่นมุขต้องเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง ไม่มีปมด้อย แล้วก็มีอารมณ์ขันมาก ๆ ด้วยถึงกล้าเล่นมุขพรรค์นี้ออกมาได้

เวลาเห็นคนเล่นมุขประเภทนี้ที่ไรนอกจากผมจะต้องขำก๊ากออกมาแล้ว ในใจลึก ๆ ยังมีความชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของคนเล่นอีกด้วย

จริง ๆ เรื่องของมุข มันก็ทำให้เรารู้ความจริงของโลกบางอย่างที่ว่า คำพูดที่ดูเหมือนหยาบนิด ๆ เว่อหน่อย ๆ แต่ถ้าถูกพูดออกมาจากผู้พูดที่มีเจตนาที่ดี จิตใจที่สดใส ถูกกาละเทศะแล้วก็เรียกได้ว่าเป็นคำพูดที่สร้างสรรค์ได้

กลับกัน, คำพูดบางอย่างที่เป็นความจริงแท้ แต่ถ้าถูกพูดขึ้นมาในสถานการณ์ไม่เหมาะสม คนพูดมีเจตนายั่วโมโห หรือต้องการเอาชนะและเผชิญหน้า คำพูดนั้นก็ถือได้ว่านำพาความบาดหมางมาสู่สังคมและไม่สร้างสรรค์อย่างสิ้นเชิง

ก่อนพูดอะไรคิดก่อนพูดเสมอเน้อ

#6 By Highwind on 2009-06-17 16:25

55555Hot!

มันอยู่ที่การคิดจริงๆconfused smile

#5 By on 2009-06-17 15:13

อุฟ ฝุ่นกระจาย กร้ากกก
แต่เข้าใจได้ แหมก็ขยันวาดภาพมาประกอบเยอะเลยนี่นา
..สายล่อเป้าสินะ อืม...

#4 By mikan on 2009-06-17 13:06

555 สุขภาพจิตดี เริ่มที่ตัวเราเอง confused smile

#3 By chubby on 2009-06-17 08:09

อุวะ ฮ่าๆ
เลิกดองซักที อ่านต่อๆ
อุแหม่....... sad smile

#1 By gomora on 2009-06-16 23:53