0066 The Know-It-All: วิถีแห่งเนิร์ด
posted on 07 May 2009 19:03 by stellargazer
**Disclaimer: คำว่า "เนิร์ด" มากมายในเอนทรี่นี้ไม่ได้มีเจตนาแดกดัน เอ. เจ. เจคอบส์ ผู้เขียนแต่ประการใด เพราะ จขบ. นี่แหละ ตัวเนิร์ดเลย**
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คนเราเมื่อเกิดมา ก็คงมีไม่น้อยที่ใฝ่ฝันอยากจะทำอะไรสักอย่างที่ยิ่งใหญ่ ท้าทาย และน่าจดจำ อัจฉริยบุคคลอาจคิดทฤษฎีพลิกโลก นักกีฬาอาจเคี่ยวกรำตัวเองเพื่อทำลายสถิติ นักสำรวจอาจเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่มีใครเคยรู้จัก ... ส่วนคนธรรมดาอย่างเราอาจมีฝันที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกัน เช่น เดินทางต่างประเทศแบบแบ็กแพ็ค หรือเที่ยวชิมของอร่อยทั่วไทย ฯลฯ แตกต่างกันไปตามความถนัดและแรงบันดาลใจของแต่ละคน
แล้วเนิร์ด (เด็กบ้าเรียน) หนุ่มใหญ่วัย 30 กลางๆ อย่างนายเอ. เจ. เจค็อบส์ คนนี้เล่า?
ชีวิตของ เอ. เจ. นั้นจัดว่าเรียบง่ายและไม่ได้เด่นดังอะไร คุณลักษณะที่พอจะนึกออกเกี่ยวกับชายคนนี้คือ เขาเป็นผู้รักการอ่าน เป็นหนอนหนังสือตัวฉกาจ และเป็นผู้หลงใหลในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจนทำให้เขามีปัญหาในการเข้าสังคมอยู่ไม่น้อย
วันดีคืนดี เนิร์ดนาม เอ. เจ. ผู้นี้ ก็ออกมาประกาศก้องว่าจะสร้างตำนานแห่งความเนิร์ด ที่โลกจะต้องโจษขานในความเนิร์ดของเขา ด้วยการอ่านหนังสือปกแข็งชุด Encyclopaedia Britannica หรือสารานุกรมบริแทนนิกา ฉบับพิมพ์ปี ค.ศ. 2002 ปริมาณเนื้อหารวม 32 เล่ม 33,000 หน้า 65,000 บทความ 24,000 ภาพ 44 ล้านคำโดยผู้เขียนบทความกว่า 9,500 คน จากต้นจนจบ ด้วยตัวคนเดียว!
เป็นภารกิจที่บ้าระห่ำใช่เล่น หากนับว่า เอ.เจ. มีงานประจำอยู่แล้ว เขาเพิ่งแต่งงานกับภรรยานามจูลี่มาหมาดๆ และยังไม่บวมพอที่จะทิ้งงานและภรรยาเพื่อมาจุ้มปุ๊กอยู่กับสารานุกรม (ไม่ต้องเอาอะไรมาก ขนาด จขบ. ที่ยังโสด ก็ยังดองบล็อกตัวเองได้บ่อยๆ)
การเดินทางแหวกว่ายไปในมหาสมุทรแห่งข้อมูลของ เอ. เจ. จึงเริ่มขึ้นด้วยประการฉะนี้
เช่นเดียวกับการเดินทางทุกรูปแบบ ที่ [จุดหมาย] ย่อมไม่สำคัญเท่ากับ [ระหว่างทาง] ... เอ.เจ. ทำให้สาระใน The Know-It-All ย่อยง่ายกว่าสมุดเลกเชอร์สำหรับเตรียมสอบ เขาเลือกที่จะใส่การผูกเรื่องข้อมูลหนักๆ ให้เข้ากับชีวิตประจำวันอย่างพิศดารพันลึก มุมมองส่วนตัวที่ลึกบ้างตื้นบ้างตามสไตล์คนที่ขลุกอยู่กับวัฒนธรรมแบบอเมริกันป๊อป แต่ใสซื่อและตรงไปตรงมา (ส่วนที่ออกลูกทะลึ่งก็ทะลึ่งได้อย่างไม่มีแอ๊บ) รวมถึงสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้รู้จักกับสารานุกรม ลงไปในหนังสือเล่มนี้อย่างหมดเปลือก
การเดินทางของ เอ.เจ นั้นสนุกสนาน เฮฮา มีสีสัน และเขาก็มีโอกาสได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ค้นพบผู้คนและสังคมมากหน้าหลายตาจากการอ่านสารานุกรม อีกทั้งคาแรกเตอร์ของ เอ.เจ. และจูลี่ก็น่าสนใจมากจนเอาไปทำฟิคชั่นสนุกๆ สักเรื่องได้ สารภาพว่าตั้งแต่ 1/3 เล่มเป็นต้นไป ผมไม่ค่อยจำข้อมูลที่ เอ.เจ. เขายกมาเล่าได้เท่าไหร่นัก แต่ไปนั่งฮามุขเนิร์ดตัวพ่อของ เอ.เจ. กับความอาร์ทตัวแม่ของคุณจูลี่ซะมากกว่า
แม้ เอ.เจ. จะจดจำสิ่งที่เขาได้อ่านไม่ครบทั้งหมด (และดูเหมือนว่าจะมีส่วนที่ลืมไปมากกว่าที่จำได้) แต่นอกจาก [ความรู้] แล้ว สิ่งที่เขาได้รับจากหนังสือชุดสารานุกรมนี้ก็ถือเป็น [ประสบการณ์] ที่น่าจดจำ และมีผลต่อพัฒนาการทางจิตใจ-สังคมในวัยสามสิบกว่าๆ ของเขาไม่น้อยเลย
การออกเดินทางนั้น หาได้สำคัญที่จุดหมายหรือเส้นทาง เราอาจออกเดินทางเพียงเพื่อจะได้เดินทาง วิถีของการเดินทางก็อาจมีได้หลากหลาย แต่จุดหมายที่แท้ล้วนคือการแสวงหาตนเอง
ด้วยจิตคารวะ ในวิถีแห่งเนิร์ด
บูชา! บูชา! บูชา! บูชา! บูชา!
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชมเวบไซท์ของหนังสืออย่างเป็นทางการได้ที่นี่
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
**ของแถม--ตัวอย่างมุขเนิร์ด**
ถึงบล็อกเพื่อนบ้านนายหนึ่งที่นิยมสบถด้วย [หอยหลอด] : จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมแนะนำให้เปลี่ยนเป็น [เป๋าฮื้อ] (abalone) แทนครับ ... เพราะสารานุกรมเขาเขียนไว้ว่าเป๋าฮื้อมีรูขับถ่ายของเสียถึง 5 รู นั่นหมายความว่าพูด abalone แค่สามพยางค์ เท่ากับแอบด่าอีกฝ่ายว่า a**h*le ได้เป็นคอมโบตั้งห้าครั้ง (10 พยางค์) แน่ะ!! คำนวณประสิทธิภาพเชิงกลได้ประมาณ 3.33 เท่าเชียวนา~
#1 By gomora on 2009-05-07 19:50