0065 Slumdog Millionaire: ชีวิต...มีปัญหามากกว่า 12 ข้อ และมีค่ากว่า 20 ล้านรูปี
posted on 28 Apr 2009 17:27 by stellargazer in Movieสวัสดีครับ
กลับมาอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปเฉียดจะ 5 เดือนด้วยข้ออ้างข้างๆ คูๆ ว่างานยุ่ง ...อันที่จริงก็ไม่ไ่ด้หายไปจากโลกไซเบอร์ซะทีเดียวหรอกครับ ยังไปเฉื่อยแฉะอยู่ตามเวบบอร์ดและตามบล็อกเพื่อนบ้านอยู่เกือบทุกวันเลย เวลาน่ะพอมีแต่ความขยันมันถดถอยตามสภาพเศรษฐกิจซะมากกว่ากระมัง? แฮะๆ
เชิญชมรีวิวสั้น (?) ฉลองการกลับมาครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
SPOILER ALERT: รีวิวต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์ อย่างไรก็ตามผู้เขียนเชื่อว่าเนื้อหาส่วนที่เปิดเผยจะไม่กระทบต่ออรรถรสในการรับชมถึงขั้นรุนแรง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"จามาล มาลิค เหลือคำถามที่ต้องตอบอีกเพีัยงข้อเดียว เพื่อจะพิชิตเงินรางวัล 20 ล้านรูปี เขาทำได้อย่างไร?
(A) เขาเล่นโกง
(B) เขาดวงดี
(C) เขาเป็นอัจฉริยะ
(D) มันถูกกำหนดไว้แล้ว"
วงการโทรทัศน์ประเทศอินเดียต้องตื่นตะลึง เมื่อจามาล มาลิค เด็กหนุ่มจนๆ คนหนึ่งซึ่งไร้การศึกษาและมีพื้นเพมาจากสลัม เข้าแข่งรายการ "เกมเศรษฐี" (Who Wants to be A Millionaire) และผ่านเข้าถึงรอบสุดท้ายแบบพลิกความคาดหมาย เหลือคำถามอีกเพียงข้อเดียวจามาลก็จะพิชิตที่มีเงินรางวัลมูลค่าสูงถึง 20 ล้านรูปี (กว่า 14 ล้านบาท) ได้ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วพริบตา คืนก่อนรอบสุดท้ายจามาลถูกตำรวจจับข้อหาโกงการแข่งขัน ด้วยเหตุผลเพียงว่าพิธีกรประจำรายการฯ ไม่เชื่อว่าคนจนตรอกอย่างจามาลจะมีความรู้ถึงขนาดนั้น ระหว่างถูกสอบสวนจามาลได้อธิบายแก่ตำรวจถึงเหตุที่เขาตอบคำถามของเกมได้ตั้งแต่ข้อแรกจนถึงข้อสุดท้าย ... ผ่านทางเรื่องราวชีวิตของเขาเอง ... แต่เมื่อตำรวจฟังเรื่องราวของจามาลมากขึ้นๆ ประกอบกับพฤติกรรมของจามาลบนเวทีของเกม เขาก็ได้รู้ว่าสิ่งที่ "สุนัขเถื่อนจากสลัม" ตัวนี้ต้องการจากการเล่นเกมเศรษฐีนั้นไม่ใช่เงิน แต่เป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น...
ภายหลังเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องสูญเสียบ้านและครอบครัว เด็กชายจามาลกับพี่ชายชื่อซาลิม และลาติก้า สาวน้อยวัยไล่เลี่ยกันผู้เป็นดอกไม้เพียงดอกเดียวท่ามกลางวัยเด็กอันแห้งแล้ง ทั้งสามต้องออกจัดจรร่อนเร่ใช้ชีวิตอย่างปากกัดตีนถีบเพื่อเอาตัวให้รอดจากสังคมที่โหดร้าย จามาลเป็นเด็กที่ซื่อตรงและมุ่งมั่น และสนิทสนมกับลาติก้า ซึ่งตรงกันข้ามกับซาลิมที่ก้าวร้าว เจ้าเล่ห์ และเห็นแก่ตัวมากกว่า ด้วยลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องทั้งสองค่อยๆ มีรอยร้าวเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นทีละน้อย โดยมีลาติก้าเป็นชนวนของจุดแตกหัก ครั้นเมื่อทั้งสามย่างเข้าวัยหนุ่มสาว ซาลิมที่ใฝ่หาอำนาจและเงินตราเป็นคำตอบสุดท้ายของชีวิต เลือกที่จะเข้าไปพัวพันกับวงการนักเลงอันธพาล จามาลถูกซาลิมหักหลังอย่างเจ็บปวด นับแต่นั้นซาลิมและลาติก้าได้หายไปจากชีวิตของจามาล แต่จามาลก็ยังไม่ลดละที่จะออกตามหาลาติก้า หญิงที่เขารักเพียงคนเดียว จากนครมุมไบอันกว้างใหญ่และประชากรกว่า 90 ล้านชีวิต...
โชคชะตาชักพาให้จามาลพบกับลาติก้าอีกครั้ง คราวนี้จามาลหนุ่มได้รู้ซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างความฝันกับความจริง ท่ามกลางโลกของผู้ใหญ่และเหล่าแก็งสเตอร์ เพียงรักแท้ของจามาลดูจะมีราคาเพียงน้อยนิด และลำพังมือของคนเล็กๆ อย่างจามาลก็ไม่มีพลังพอที่จะดึงลาติก้าออกจากวังวนอันโสมมแต่เชี่ยวกราก จามาลดึงดันที่จะทำตามความต้องการของหัวใจ และถูกตอกย้ำบทเรียนที่เจ็บปวดอีกครั้งหนึ่ง...
ลาติก้าถูกพรากจากเขาอีกครั้ง ไปยังที่ที่ห่างไกล ยิ่งกว่าเดิม...
เบาะแสเพียงอย่างเดียวที่จามาลได้จากการลอบพบกับลาติก้าในครั้งสุดท้าย นั่นคือลาติก้าเป็นแฟนรายการ "เกมเศรษฐี" อันเป็นทั้งความฝันและความเพ้อฝันของเหล่าผู้คนที่หาเช้ากินค่ำ ผู้คนที่ถูกกักขังในชีวิตที่ไม่มีความหวัง ลาติก้าในกรงทองชอบดูรายการนี้เป็นชีวิตจิตใจเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจที่ไร้อิสระของเธอจะด้วยความมุ่งมั่นหรือบ้าบิ่นของจามาลก็แล้วแต่ เขาใช้เบาะแสสุดท้ายนี้อย่างคาดไม่ถึงที่สุด นั่นคือการลงสมัครเล่นเกมนี้ เพียงเพราะว่านี่เป็นช่องทา่งเดียวที่เขาเหลืออยู่ ... ที่จะส่งเสียงของเขาไปยังลาติก้า
คำถามสำคัญ รางวัลที่ปรารถนา ราคาของความสุข
ฉากคำถามข้อสุดท้ายอันเป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง ผู้คนทั่วอินเดียต่างจับจ้องไปยังหน้าจอโทรทัศน์ ผู้ชมภาพยนตร์ทุกคนต่างก็คงคอยเอาใจช่วยจามาลเต็มที่ ตรงนี้เป็นความยอดเยี่ยมของบทและการเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกพันกับจามาลมาตลอด และตื่นเต้นลุ้นระทึกราวกับว่าได้ไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับจามาล
จามาลขอสละสิทธิ์เช็คมูลค่า 10 ล้านที่สะสมมาทั้งหมดเพื่อจะตอบคำถามข้อสุดท้าย ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการเงินรางวัลหรือเกียรติยศ แต่เพียงหวังว่าลาติก้าอาจมีโอกาสได้เห็นภาพของเขานานขึ้นอีกสักนิด จามาลต้องเลือกระำหว่างสองตัวเลือก คือเงินล้านตรงหน้า หรือรักแท้ที่เคยหลุดมือเขา่ไปครั้งแล้วครั้งเล่า ... เขาตัดสินใจถูก เพราะถ้าเขาเลือกเงิน เขาคงจะไม่มีโอกาสได้พบกับลาติก้าอีกตลอดไป
จากบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างจามาลกับ "ตัวช่วย" เพียงสั้นๆ ลาติก้าไม่ได้ช่วยตอบปัญหาราคา 20 ล้านให้จามาล แต่เธอได้ตอบคำถามข้อที่จามาลอยากรู้ที่สุด...ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านรูปีเป็นไหนๆ
ในที่สุด สุนัขเถื่อนจากสลัมที่ยอมทิ้งได้ทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าความสุข ก็ค้นพบความสุขชั่วชีวิต...พร้อมกับ "ของแถม" เป็นเงินจิ๊บจ๊อยแค่ 20 ล้านรูปีเท่านั้นเอง!
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สิ่งที่ชอบ
1. การดำเนินเรื่องที่มีชั้นเชิงและกระชับมาก ไล่อารมณ์ที่ฉากไคลแมกซ์ได้สวย
2. ตัวละครมีสเน่ห์และจุดยืนเป็นของตัวเอง ถ่ายทอดออกมาได้น่าเชื่อถือ (เว้นแต่จามาลที่ผมถือว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่พิเศษกว่าชาวบ้านเขา)
3. การถ่ายทอดสภาพสังคมในอินเดียทำได้ละเอียดลออ และไม่รู้สึกว่าสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง
4. บทพูดในฉากงัดรถ ที่จิดกัดตบตีสังคมอินเดียนกับอเมริกันได้พร้อมกัน และแสบสันต์เอามากๆ
สิ่งที่ไม่ชอบ
1. แอบเสียดายการจากไปของตัวละครตัวนึงในช่วงท้าย ... ถึงจะสมเหตุสมผลดีแต่ก็อยากให้ไว้ลายมากกว่านี้ซักนิด
2. Insert MV ที่ End Credits ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ เป็นอินเดียจ๋ามาก และน่าดึงดูดพอที่จะตรึงคนดูไว้ได้ตลอดหลังหนังจบ ...แต่ให้ดิ้นเถอะโรเบิร์ต...มันไม่เข้ากับเรื่องเลย ... มันไม่ใช่อ่ะน้องกิ๊ฟ =[]=!
3. แคสติ้งบางคน ดูค่อนข้างเชื่อยากว่าเป็นพี่น้องกัน หรือเป็นเด็กคนนั้นคนนี้ตอนโตแล้ว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อควรระวัง
แม้จะจั่วยี่ห้อว่าเป็นหนังแนว feel good แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ติดเรท R17+ ดังนั้นจึงมีฉากรุนแรงอยู่ในเนื้อเรื่องไม่น้อย ใครที่เคยชินกับมาตรฐานความ feel good ว่าต้องกู้~ดทั้งเรื่อง อาจมีอาการสะอึกเป็นระยะๆ ได้
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Slumdog Millionaire ยังคงมีฉายอยู่ที่โรงลิโด้ และสกาล่าครับ

หนังที่ได้รางวัลมากอย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนหนึ่งเพราะแสดงถึงความเน่าเฟะของสังคมได้อย่างตรงไปตรงมาสุดๆหรือเปล่านะ
เห็นด้วยกับข้อดี-เสีย ทุกข้อเลยค่ะ
โดยเฉพาะฉากงัดรถ...คุณอเมริกัน
ส่วนตอนจบ อินเดียดี แต่ไม่เข้ากับเรื่องสักเท่าไหร่จริงๆด้วย ให้คนละฟิลเลย
มุขตบหน้าคนดูก็เยอะพอควร แต่ยังเบาไป
รีวิวดีจังค่ะ ติดใจตั้งแต่ กลอน Desperado
#1 By a.while on 2009-04-28 17:40