สวัสดีครับ

กลับมาอีกครั้งหลังจากหายหน้าหายตาไปเฉียดจะ 5 เดือนด้วยข้ออ้างข้างๆ คูๆ ว่างานยุ่ง ...อันที่จริงก็ไม่ไ่ด้หายไปจากโลกไซเบอร์ซะทีเดียวหรอกครับ ยังไปเฉื่อยแฉะอยู่ตามเวบบอร์ดและตามบล็อกเพื่อนบ้านอยู่เกือบทุกวันเลย เวลาน่ะพอมีแต่ความขยันมันถดถอยตามสภาพเศรษฐกิจซะมากกว่ากระมัง? แฮะๆ

เชิญชมรีวิวสั้น (?) ฉลองการกลับมาครับ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

SPOILER ALERT: รีวิวต่อไปนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์ อย่างไรก็ตามผู้เขียนเชื่อว่าเนื้อหาส่วนที่เปิดเผยจะไม่กระทบต่ออรรถรสในการรับชมถึงขั้นรุนแรง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 "จามาล มาลิค เหลือคำถามที่ต้องตอบอีกเพีัยงข้อเดียว เพื่อจะพิชิตเงินรางวัล 20 ล้านรูปี เขาทำได้อย่างไร?

(A) เขาเล่นโกง

(B) เขาดวงดี

(C) เขาเป็นอัจฉริยะ

(D) มันถูกกำหนดไว้แล้ว"

 

ผมชอบโปสเตอร์ตัวนี้ มากกว่าของใหม่ที่แปะอยู่ตามโรงฉายบ้านเราแฮะ

 

วงการโทรทัศน์ประเทศอินเดียต้องตื่นตะลึง เมื่อจามาล มาลิค เด็กหนุ่มจนๆ คนหนึ่งซึ่งไร้การศึกษาและมีพื้นเพมาจากสลัม เข้าแข่งรายการ "เกมเศรษฐี" (Who Wants to be A Millionaire) และผ่านเข้าถึงรอบสุดท้ายแบบพลิกความคาดหมาย เหลือคำถามอีกเพียงข้อเดียวจามาลก็จะพิชิตที่มีเงินรางวัลมูลค่าสูงถึง 20 ล้านรูปี (กว่า 14 ล้านบาท) ได้ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วพริบตา คืนก่อนรอบสุดท้ายจามาลถูกตำรวจจับข้อหาโกงการแข่งขัน ด้วยเหตุผลเพียงว่าพิธีกรประจำรายการฯ ไม่เชื่อว่าคนจนตรอกอย่างจามาลจะมีความรู้ถึงขนาดนั้น ระหว่างถูกสอบสวนจามาลได้อธิบายแก่ตำรวจถึงเหตุที่เขาตอบคำถามของเกมได้ตั้งแต่ข้อแรกจนถึงข้อสุดท้าย ... ผ่านทางเรื่องราวชีวิตของเขาเอง ... แต่เมื่อตำรวจฟังเรื่องราวของจามาลมากขึ้นๆ ประกอบกับพฤติกรรมของจามาลบนเวทีของเกม เขาก็ได้รู้ว่าสิ่งที่ "สุนัขเถื่อนจากสลัม" ตัวนี้ต้องการจากการเล่นเกมเศรษฐีนั้นไม่ใช่เงิน แต่เป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่านั้น...

ภายหลังเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องสูญเสียบ้านและครอบครัว เด็กชายจามาลกับพี่ชายชื่อซาลิม และลาติก้า สาวน้อยวัยไล่เลี่ยกันผู้เป็นดอกไม้เพียงดอกเดียวท่ามกลางวัยเด็กอันแห้งแล้ง ทั้งสามต้องออกจัดจรร่อนเร่ใช้ชีวิตอย่างปากกัดตีนถีบเพื่อเอาตัวให้รอดจากสังคมที่โหดร้าย จามาลเป็นเด็กที่ซื่อตรงและมุ่งมั่น และสนิทสนมกับลาติก้า ซึ่งตรงกันข้ามกับซาลิมที่ก้าวร้าว เจ้าเล่ห์ และเห็นแก่ตัวมากกว่า ด้วยลักษณะนิสัยที่แตกต่างกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องทั้งสองค่อยๆ มีรอยร้าวเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นทีละน้อย โดยมีลาติก้าเป็นชนวนของจุดแตกหัก ครั้นเมื่อทั้งสามย่างเข้าวัยหนุ่มสาว ซาลิมที่ใฝ่หาอำนาจและเงินตราเป็นคำตอบสุดท้ายของชีวิต เลือกที่จะเข้าไปพัวพันกับวงการนักเลงอันธพาล จามาลถูกซาลิมหักหลังอย่างเจ็บปวด นับแต่นั้นซาลิมและลาติก้าได้หายไปจากชีวิตของจามาล แต่จามาลก็ยังไม่ลดละที่จะออกตามหาลาติก้า หญิงที่เขารักเพียงคนเดียว จากนครมุมไบอันกว้างใหญ่และประชากรกว่า 90 ล้านชีวิต...

โชคชะตาชักพาให้จามาลพบกับลาติก้าอีกครั้ง คราวนี้จามาลหนุ่มได้รู้ซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างความฝันกับความจริง ท่ามกลางโลกของผู้ใหญ่และเหล่าแก็งสเตอร์ เพียงรักแท้ของจามาลดูจะมีราคาเพียงน้อยนิด และลำพังมือของคนเล็กๆ อย่างจามาลก็ไม่มีพลังพอที่จะดึงลาติก้าออกจากวังวนอันโสมมแต่เชี่ยวกราก จามาลดึงดันที่จะทำตามความต้องการของหัวใจ และถูกตอกย้ำบทเรียนที่เจ็บปวดอีกครั้งหนึ่ง...

ลาติก้าถูกพรากจากเขาอีกครั้ง ไปยังที่ที่ห่างไกล ยิ่งกว่าเดิม...

เบาะแสเพียงอย่างเดียวที่จามาลได้จากการลอบพบกับลาติก้าในครั้งสุดท้าย นั่นคือลาติก้าเป็นแฟนรายการ "เกมเศรษฐี" อันเป็นทั้งความฝันและความเพ้อฝันของเหล่าผู้คนที่หาเช้ากินค่ำ ผู้คนที่ถูกกักขังในชีวิตที่ไม่มีความหวัง ลาติก้าในกรงทองชอบดูรายการนี้เป็นชีวิตจิตใจเพื่อหล่อเลี้ยงหัวใจที่ไร้อิสระของเธอ

จะด้วยความมุ่งมั่นหรือบ้าบิ่นของจามาลก็แล้วแต่ เขาใช้เบาะแสสุดท้ายนี้อย่างคาดไม่ถึงที่สุด นั่นคือการลงสมัครเล่นเกมนี้ เพียงเพราะว่านี่เป็นช่องทา่งเดียวที่เขาเหลืออยู่ ... ที่จะส่งเสียงของเขาไปยังลาติก้า

 

 

คำถามสำคัญ รางวัลที่ปรารถนา ราคาของความสุข

ฉากคำถามข้อสุดท้ายอันเป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง ผู้คนทั่วอินเดียต่างจับจ้องไปยังหน้าจอโทรทัศน์ ผู้ชมภาพยนตร์ทุกคนต่างก็คงคอยเอาใจช่วยจามาลเต็มที่ ตรงนี้เป็นความยอดเยี่ยมของบทและการเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกผูกพันกับจามาลมาตลอด และตื่นเต้นลุ้นระทึกราวกับว่าได้ไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวกับจามาล

จามาลขอสละสิทธิ์เช็คมูลค่า 10 ล้านที่สะสมมาทั้งหมดเพื่อจะตอบคำถามข้อสุดท้าย ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการเงินรางวัลหรือเกียรติยศ แต่เพียงหวังว่าลาติก้าอาจมีโอกาสได้เห็นภาพของเขานานขึ้นอีกสักนิด จามาลต้องเลือกระำหว่างสองตัวเลือก คือเงินล้านตรงหน้า หรือรักแท้ที่เคยหลุดมือเขา่ไปครั้งแล้วครั้งเล่า ... เขาตัดสินใจถูก เพราะถ้าเขาเลือกเงิน เขาคงจะไม่มีโอกาสได้พบกับลาติก้าอีกตลอดไป

จากบทสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างจามาลกับ "ตัวช่วย" เพียงสั้นๆ ลาติก้าไม่ได้ช่วยตอบปัญหาราคา 20 ล้านให้จามาล แต่เธอได้ตอบคำถามข้อที่จามาลอยากรู้ที่สุด...ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านรูปีเป็นไหนๆ

ในที่สุด สุนัขเถื่อนจากสลัมที่ยอมทิ้งได้ทุกอย่างเพื่อไขว่คว้าความสุข ก็ค้นพบความสุขชั่วชีวิต...พร้อมกับ "ของแถม" เป็นเงินจิ๊บจ๊อยแค่ 20 ล้านรูปีเท่านั้นเอง!

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สิ่งที่ชอบ

1. การดำเนินเรื่องที่มีชั้นเชิงและกระชับมาก ไล่อารมณ์ที่ฉากไคลแมกซ์ได้สวย

2. ตัวละครมีสเน่ห์และจุดยืนเป็นของตัวเอง ถ่ายทอดออกมาได้น่าเชื่อถือ (เว้นแต่จามาลที่ผมถือว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่พิเศษกว่าชาวบ้านเขา)

3. การถ่ายทอดสภาพสังคมในอินเดียทำได้ละเอียดลออ และไม่รู้สึกว่าสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง

4. บทพูดในฉากงัดรถ ที่จิดกัดตบตีสังคมอินเดียนกับอเมริกันได้พร้อมกัน และแสบสันต์เอามากๆ

 

สิ่งที่ไม่ชอบ

1. แอบเสียดายการจากไปของตัวละครตัวนึงในช่วงท้าย ... ถึงจะสมเหตุสมผลดีแต่ก็อยากให้ไว้ลายมากกว่านี้ซักนิด

2. Insert MV ที่ End Credits ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ เป็นอินเดียจ๋ามาก และน่าดึงดูดพอที่จะตรึงคนดูไว้ได้ตลอดหลังหนังจบ ...แต่ให้ดิ้นเถอะโรเบิร์ต...มันไม่เข้ากับเรื่องเลย ... มันไม่ใช่อ่ะน้องกิ๊ฟ =[]=!

3. แคสติ้งบางคน ดูค่อนข้างเชื่อยากว่าเป็นพี่น้องกัน หรือเป็นเด็กคนนั้นคนนี้ตอนโตแล้ว

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อควรระวัง

แม้จะจั่วยี่ห้อว่าเป็นหนังแนว feel good แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ติดเรท R17+ ดังนั้นจึงมีฉากรุนแรงอยู่ในเนื้อเรื่องไม่น้อย ใครที่เคยชินกับมาตรฐานความ feel good ว่าต้องกู้~ดทั้งเรื่อง อาจมีอาการสะอึกเป็นระยะๆ ได้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

Slumdog Millionaire ยังคงมีฉายอยู่ที่โรงลิโด้ และสกาล่าครับ

Comment

Comment:

Tweet

....แค่อ่านก็น้ำตาซึมแล้วครับ
สวัสดีคร้าบ ผมเพิ่งสมัครเข้ามาใหม่เองครับ คือ ผมชอบอ่านเรื่องมุขศาสตร์มากๆเลย อยากทราบ ว่าเมื่อไหร่จะมีต่ออะครับsad smile

#10 By น้ำใจงาม on 2009-05-08 22:52

สุดท้ายก็ยังไม่ได้ไปดูที่โรงเลยครับ ^^" เดี๋ยววันสองวันนี้จะได้กลับบ้าน(ซักที) คงได้ฤกษ์ไปขุดไฟล์ที่โหลดไว้มาดูเป็นเรื่องเป็นราวอีกทีนะครับกิ๊ฟ เอ๊ย ปูทัน

อ่านรีวิวกับเรื่องย่อแล้ว พอจะเห็นภาพเนื้อเรื่องหลัก และจับคอนเซปต์ความ feel good ของเรื่อง จนถึงช่วงไคลแมกซ์ได้ครับ น่าสนใจดี...แต่เห็นที่คนอื่นๆชมไว้มากกว่าเนื้อเรื่อง รู้สึกจะชอบการนำเสนอของฉากต่างๆมากกว่าแฮะ

ไว้ดูแล้ว จะมาคุยอีกทีครับ confused smile

#9 By Zieghart on 2009-05-08 19:48

มันไม่ใช่อ่ะน้องกิ๊ฟ =[]=!.......เหรอ
แต่กิ๊ฟว่ามันก็ดูเพลินๆดีออก ท่าเต้นก็ฮาดี ฮ่าๆ

#8 By กิ๊ฟ (124.122.142.192) on 2009-04-30 22:21

ขนาดอยู่ที่นี่ มีแต่เพื่อนแขกล้อมหน้าล้อมหลัง ตูก็ยังไม่เคยดูเรื่องนี้เลยแฮะ แต่จริงๆก็สนใจอยู่หน่อยๆ ไว้ปิดเทอมจะลองหามาดู

#7 By Kharl on 2009-04-29 12:18

อืม เนื้อเรื่อง สมควรได้จริงๆ

#6 By Detonator on 2009-04-29 11:09

ตอนแรกไม่เคยสนใจหนังเรื่องนี้เลย ไม่คิดจะดูด้วย
แต่พอได้อ่านรีวิวนี้แล้ว แม้เพียงตัวหนังสือก็รู้สึกอิ่ม

จะต้องหามาดูให้ได้ double wink

#5 By -=M=- on 2009-04-29 01:59

มันไม่ใช่อ่ะน้องกิ๊ฟ =[]=! >>>
แหม มาทำเนียน เขารู้หรอกนะยะ

อ่านจบแล้วก็ตัดสินใจว่า...
จะหาเวลาไปดู ฮาาาาTTwTT~~~~

#4 By mikan on 2009-04-28 23:32

ดูมาแล้ว ชอบวิธีเล่าเรื่องเรื่องนี้มากเลยครับcry

เห็นด้วยกับสิ่งที่ไม่ชอบข้อ2อย่างแรง ฟีลขัดมากไปหน่อยsad smile
สิ่งที่ไม่ชอบ....ข้อสอง เหมือนกันเด๊ะ
.
.
มันไม่ใช่จริงๆแหละกิ๊ฟฟฟฟฟฟฟ

#2 By ArchmaniaC on 2009-04-28 17:45

เพิ่งดู DVD ไปเมื่อวานค่ะ ...

หนังที่ได้รางวัลมากอย่างไม่น่าเชื่อ
ส่วนหนึ่งเพราะแสดงถึงความเน่าเฟะของสังคมได้อย่างตรงไปตรงมาสุดๆหรือเปล่านะ sad smile

เห็นด้วยกับข้อดี-เสีย ทุกข้อเลยค่ะ
โดยเฉพาะฉากงัดรถ...คุณอเมริกัน
ส่วนตอนจบ อินเดียดี แต่ไม่เข้ากับเรื่องสักเท่าไหร่จริงๆด้วย ให้คนละฟิลเลย

มุขตบหน้าคนดูก็เยอะพอควร แต่ยังเบาไป double wink

รีวิวดีจังค่ะ ติดใจตั้งแต่ กลอน Desperado big smile

#1 By a.while on 2009-04-28 17:40