Disclaimer: รีวิวนี้ เหมาะสำหรับคนที่ดู The Dark Knight มาแล้วเท่านั้น

 

เที่ยวนี้ผมมาขอเกาะกระแส The Dark Knight ด้วยคนครับ ... อันที่จริงก็มีแผนจะรีวิวตั้งแต่ดูหนังจบหมาดๆ แต่ก็ลังเลเล็กน้อยเพราะเห็นว่าช่วงอาทิตย์นี้ ใครๆ ก็รีวิวแต่เรื่อง The Dark Knight นี่แล...ของเขาแรงจริงๆ

ผลก็คือ ผมใช้เวลาไปอีกพักใหญ่ เพื่อแก้บทรีวิวชิ้นนี้ให้ออกมา "แตกต่าง" จากของบล็อกเกอร์ท่านอื่นๆ ครับ

จะแตกต่างได้อย่างที่คุยมั้ย...เชิญทัศนา m(_ _)m

 


 

บทนำ: โจ๊กเกอร์

สัญลักษณ์ประจำตัวของโจ๊กเกอร์คือ “ไพ่” โดยไพ่ Joker นั้นถือเป็น wild card ที่สามารถกลายร่างเป็นไพ่ใบไหนก็ได้ในเกมการ์ดทั่วไป อาจเป็นไพ่พลิกเกมส์หรือไพ่เน่าขึ้นกับสถานการณ์ เป็นหน้าไพ่ที่สื่อถึงกลที่สร้างความประหลาดใจ ความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและความรวนเรเอาแน่ไม่ได้ ซึ่งเข้ากับการตีความ “โจ๊กเกอร์” ในฉบับของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ นี้เป็นอย่างดี

(ไพ่ Joker มีที่มาเดียวกับ The Fool ในสำรับไพ่ทาโรต์ และชื่อเดิมของไพ่ทาโรต์ใบนี้ยังอาจแปลว่า “คนบ้า” หรือ “ขอทาน” ได้ด้วย – รายละเอียด)

 

 

ช่วงเปิดเรื่องของ The Dark Knight กล่าวถึงการปรากฏตัวของวีรบุรุษนามแบทแมน ที่ทำให้เหล่าอาชญากรตัวเอ้แห่งกอธแฮมถูกไล่ต้อนจนกำลังจะถึงคราวจนตรอก

ในเกมนอกกฎหมายที่มีเดิมพันสูงจนอาจทำให้พวกเขาต้องหมดตัว (หมดตัวจริงๆ ตามตัวอักษร...เพราะนายเหลาโดนแบทแมนรวบตัวไปเรียบร้อย) ไพ่ใบล่าสุดที่พวกเขาจั่วได้จากกอง ก็คือ Joker

พวกวายร้ายต่างจ้องหน้ากันเลิกลักก่อนตัดสินใจ “เก็บ” ไพ่อันตรายใบนี้เอาไว้เป็นไพ่ตาย...

...ไพ่ตายของใคร?

วินาทีที่ “ตัวตลก” ถูกทิ้งลงบนโต๊ะ...หายนะแห่งกอธแฮมก็เริ่มขึ้น ลุกลามและบานปลาย...ราวโรคระบาด ที่กัดกินผู้คนโดยไม่เลือกหน้า

 


 

หากสีขาวคือความดี สีดำคือความชั่ว และเมืองกอธแฮมคือถังสีใบหนึ่ง ที่มีสีขาวและสีดำใส่อยู่อย่างละครึ่ง การเข้ามาของโจ๊กเกอร์ไม่ใช่การเทสีดำจำนวนมากลงไปในถัง แต่เป็นการก่อ “กวน” เพื่อให้สีทั้งสองผสมกันเป็นสีเทา

เส้นแบ่งระหว่างสีทั้งสอง ก็พลันอันตรธานหายไป

ใครบางคนถามโจ๊กเกอร์ ว่าเขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร

โจ๊กเกอร์ยิ้มเยาะ หัวเราะคิกคัก ก่อนถามกลับอย่างอารมณ์ดีว่า ... ตอนนี้ สีในถังนั้นเป็น “ขาว” หรือ “ดำ” ?

------------------------------------------------------------------------------------------------

เรเชล

เรเชล ดอวส์ คนรักเก่าของบรูซ เวย์น เธอเคยรู้จักกับเขาทั้งในฐานะของเศรษฐีหนุ่ม และอัศวินแห่งรัตติกาล เธอเลือกที่จะเดินออกจากชีวิตของเวย์นและหันไปคบหากับฮาร์วีย์ ทางเลือกของเรเชลนั้น สะท้อนความคิดของชาวกอธแฮมที่มีต่อแบทแมนได้อย่างตรงไปตรงมา

เนื้อความในจดหมายฉบับสุดท้ายที่เวย์นไม่มีโอกาสได้อ่าน เรเชลขออยู่เคียงข้างเวย์น...ในฐานะเพื่อน

เป็นนัยเดียวกับที่ชาวกอธแฮมต่างต้องการแบทแมน แต่ไม่มีใครสักคนที่รักเขา

และหากว่าเลือกได้ ใครๆ ก็คงอยากให้วีรบุรุษชุดขาวอย่างอัยการฮาร์วีย์ เดนท์ เข้ามาแทนที่แบทแมนผู้ลึกลับเกินกว่าจะเข้าใจ

 

 ทำไมหารูปเรเชลเดี่ยวๆ ไม่เจอเลยหว่า?

 

โจ๊กเกอร์ถามเรเชล... ถังที่อยู่ตรงหน้าเป็นสีขาวหรือดำ?

เรเชลไม่ตอบ เธอเบือนหน้าไปหาแบทแมน ไหล่เล็กๆ ของเธอยังคงพิงฮาร์วีย์อยู่

โจ๊กเกอร์หัวเราะ

--------------------------------------------------------------------------------------------------

ฮาร์วีย์ – ทูเฟซ

อัยการไฟแรงฮาร์วีย์ เดนท์ ผู้ไม่เคยอ่อนข้อให้กับเหล่าอาชญากรและไม่หวั่นไหวต่อคำขู่ปองร้าย เขาเป็นความหวังของชาวกอธแฮมที่จะนำความถูกต้องกลับมาสู่เมืองนี้อีกครั้งภายใต้อำนาจของกฎหมาย

ทุกคนศรัทธาในตัวเขา...ไม่เว้นแม้แต่แบทแมนที่ออกปากเองว่า หากกอธแฮมมีฮาร์วีย์ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีแบทแมนอีกต่อไป

 


 

ความกร้าวแกร่งของฮาร์วีย์ ถูกแสดงออกผ่านทางซิมโบลิกชิ้นสำคัญของเรื่อง ... “เหรียญ” ที่เขาพกเพื่อเสี่ยงดวง มีทั้งสองหน้าเป็นด้านหัว ซึ่งแฝงความนัยว่าเขาเชื่อมั่นในการเลือกยิ่งกว่าโชคชะตา

ฮาร์วีย์มักสร้างเงื่อนไขและวางแผนเพื่อจะควบคุมความไม่แน่นอน และเพื่อที่เขาจะได้ในสิ่งที่เขาเลือกสรรเอาไว้แล้ว ...เขาต้องการเพียงความเป็นธรรม ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น

แต่เมื่อฮาร์วีย์ต้องถูกจับมาเล่นเป็นตัวละครภายใต้การกำกับบทของโจ๊กเกอร์ ... ในสถานการณ์ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างธรรมะและอธรรมเลือนหาย ในคืนอันบ้าคลั่งซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุม ในเสี้ยวเวลาซึ่งสิ่งที่เขายึดมั่นทำร้ายเขาอย่างเจ็บปวดที่สุด ... ในห้วงวิกฤติที่ความเข้มแข็งเหนือมนุษย์ของเขา ย้อนกลับมาทำลายตัวเขาเอง ฮาร์วีย์ที่อ่อนแอถึงขีดสุดได้ทำการเลือกเป็นครั้งสุดท้าย

เขาเลือก...ที่จะไม่เลือกอะไรเลย

พร้อมกันนั้น ชีวิตของอัยการ ฮาร์วีย์ เดนท์ ก็จบลงไปด้วยเช่นกัน

 


 

เหรียญใหม่ของทูเฟซ สื่อสัญลักษณ์ความเป็นสุญนิยมของเขาได้อย่างถึงแก่น ต่อหน้าเหรียญนี้ ทุกสิ่งล้วนไร้ความหมายและไม่ควรค่าแก่การยึดถือ ต่อหน้าทูเฟซ การมีอยู่หรือดับไปของสรรพสิ่งล้วนไร้ซึ่งเหตุผล

เขาไม่รับรู้ ไม่เลือก และไม่เชื่อในอะไรทั้งนั้น และในขณะที่ปากกระบอกปืนของเขาชี้ไปที่เหยื่อ ก็คงมีเพียงพระเจ้าชิ้นเล็กๆ ในมือของเขาที่จะตอบได้ว่า อะไรกำลังจะเกิดขึ้น

โจ๊กเกอร์ถามทูเฟซ ... ถังที่อยู่ตรงหน้าเป็นสีขาวหรือดำ?

ทูเฟซส่ายหน้า ควักเหรียญขึ้นมาแทนคำตอบ...

โจ๊กเกอร์หัวเราะ

--------------------------------------------------------------------------------------------------

เวย์น – แบทแมน

ความเกลียดชังต่อเหล่าอาชญากรของบรูซ เวย์น ผนวกกับสภาพสังคมเมืองกอธแฮม ที่คนร้ายมักมีชัยเหนือคนดี หล่อหลอมให้เขากลายมาเป็นเป็นแบทแมน บุรุษชุดดำที่ปราบปรามเหล่าอาชญากรด้วยความกลัว อันเป็นอาวุธชิ้นเดียวกับที่อาชญากรใช้ในการข่มเหงคนทั่วไป

 


เมื่ออยู่ต่อหน้าแบทแมน เหล่าร้ายก็ต้องกลัวหัวหดอย่างเดียวกับที่ชาวเมืองสุจริตจะกลัวผู้ร้าย ...ยามผ้าคลุมสีดำทมิฬสะบัดไหว นั่นหมายถึงค่ำคืนที่ผู้ล่าต้องลิ้มรสชาติของการถูกไล่ล่า

 


น่าเศร้าที่สัญชาตญาณดิบของผู้ไร้พลัง ก็คือความหวาดกลัวต่อเขี้ยวเล็บของนักล่า ... แม้ "เขี้ยวเล็บ" ของแบทแมนจะมีไว้เพื่อไล่ล่าอาชญากร แต่ความกลัวที่ฝังแน่นในใจของปุถุชน ก็ยากที่จะถูกลบล้างด้วยความรู้หรือความเข้าใจ ความน่ากลัวของแบทแมนจึงเป็นที่น่าครั่นคร้ามพรั่นพรึง แม้กับประชาชนที่เขาต้องการปกป้อง

จากการก่อกวนของโจ๊กเกอร์ มหานครกอธแฮมกลายเป็นสีเทาไร้ระเบียบ ความกลัวลึกๆ ของชาวเมืองก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงที่รอวันระเบิด ในภาวะเช่นนั้น วีรบุรุษแห่งรัตติกาลในสายตาของทุกคน ก็คือตัวประหลาดที่ลึกลับ รุนแรง ร้ายกาจ เอาแน่เอานอนไม่ได้ และยืนอยู่ ณ ใจกลางของความวุ่นวายทั้งมวล...

..เขาถูกเหมารวมกับโจ๊กเกอร์ไปซะแล้ว

ตลอดความยาวเรื่องกว่าสองชั่วโมงครึ่ง แบทแมนและเวย์น ต้องเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับเหล่าร้ายเพื่อปกป้องผู้คนที่พร้อมจะทอดทิ้งเขาได้ทุกเมื่อ ต้องทนทรมานกับความสับสนท้อแท้โดยที่ไม่มีใครคอยเคียงข้างให้ปรับทุกข์ และต้องสูญเสียคนสำคัญไปตลอดกาลโดยแบกรับความผิดนั้นไว้เพียงคนเดียว

หากแต่แบทแมนที่อ่อนแอถึงขีดสุด กลับเลือกที่จะกัดฟันสู้ต่อไป

อะไรที่ทำให้เขาต่างจากฮาร์วีย์?

ความแข็งแกร่งแต่ดั้งเดิมนั้นเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่ช่วยเหลือแบทแมนไว้จากความวิปลาศของโจ๊กเกอร์ น่าจะเป็นปูมหลังที่มืดหม่นผิดธรรมดาของตัวเขาเอง...ระหว่างวีรบุรุษด้านสว่างอย่างฮาร์วีย์ ซึ่งมีภาพลักษณ์และอุดมคติเป็นรากฐาน กับอัศวินแห่งความมืดอย่างแบทแมนที่ใช้ความกลัวและแรงอาฆาตผลักดันตัวเอง ... แบทแมนที่ผ่านความไร้เหตุผลและความสูญเสียมามากกว่า สามารถเอาตัวรอดจากความสิ้นหวังได้ดีกว่าฮาร์วีย์...เพียงเล็กน้อย...แต่นั่นก็คือความแตกต่างทั้งหมด

มุขตลกร้ายชิ้นสุดท้าย ที่แม้แต่โจ๊กเกอร์ยังคาดไม่ถึง ก็คือสัตว์ร้ายผู้เร้นกายใช้ชีวิตอยู่แต่ในเงามืด กลับมองเห็นคุณค่าของแสงสว่างได้ชัดเจนยิ่งกว่าผู้มากรากดีใต้แสงตะวันคนไหนๆ

 

 

โจ๊กเกอร์ถามแบทแมน ... ถังที่อยู่ตรงหน้าเป็นสีขาวหรือสีดำ?

แบทแมนเอามือควานลงไปในถังสี ... สีที่เป็นคำถามนั้นเปรอะเปื้อนมือ หกกระฉอกใส่ตัวเขา

เขาควักเอาสีขาวกระผีกหนึ่งขึ้นมาจากก้นถัง แล้วตอกหน้าโจ๊กเกอร์ไปว่า “สีขาว”

โจ๊กเกอร์อึ้งตาเหลือกลาน หยุดนิ่งสักพัก ก่อนกรีดเสียงหัวเราะลั่น

.

..

...

“....ขอบใจที่ช่วยข้ากวนถังว่ะ !”