บทนำ

ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งหนึ่ง

เงาร่างของหญิงสาว เดินซัดเซตรงไปยังชานชาลา ใบหน้าของเธอเซื่องซึมและเหม่อลอย บ่งบอกได้อย่างดีถึงความสิ้นหวังที่ไม่สมกับวัยของเธอ

บริษัทของเธอถูกหนี้สินรุมเร้า เธอพยายามขอกู้เงินจากบริษัทการเงิน แต่กลับถูกหลอกจนสูญเงินไปถึงสิบล้านภายในพริบตา...เธอถูกต้มตุ๋น... ถูกหักหลังในจังหวะชีวิตที่เลวร้ายที่สุด...บริษัทของเธอกำลังจะล้มละลายในไม่ช้า และชีวิตของเธอกำลังจะพังพินาศด้วยความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ

ขาของหญิงสาวยังคงก้าวเดินแม้อ่อนระโหย สายตายังคงจับจ้องไปที่ชานชาลา

หัวใจที่แหลกสลายของเธอ คิดเพียงแต่อยากจะไปให้พ้นจากความอยุติธรรมนี้...

 

“คิดจะฆ่าตัวตายงั้นสินะครับ?”

 

เสียงห้าวที่ไม่คุ้นหูร้องทักขึ้นมาจากเบื้องหลัง ปลุกเธอตื่นจากภวังค์...ปลายเท้าของเธอหยุดกึกอยู่ที่ขอบชานชาลา ...

เธอหันหลังไปทางต้นเสียง ... เด็กหนุ่มร่างสันทัดอายุไม่เกินยี่สิบ สวมโค้ทสีดำสนิท ท่าทางยียวนและฉลาดคล่องแคล่ว ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

“ผมเคยเห็นมาเยอะ คนที่ถูกโกงเงินจนต้องฆ่าตัวตาย ทุกคนทำหน้าแบบที่คุณทำอยู่นี่แหละ”

“คุณเป็นใคร?”

“ผมชื่อคุโรซากิ...อาชีพนักต้มตุ๋น”

 

ช่างเป็นชื่ออาชีพที่แสลงหูของหญิงสาวยิ่งนัก

 

“วางใจเถอะ เงินทุกเยนที่ถูกโกงไป...ผมจะโกงคืนมาให้คุณเอง!”

 

Main Plot, Main Character

กำเนิดกะเรียนดำ สัตว์ร้ายชั้นสูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร

ในวงการนักต้มตุ๋น* มีนักต้มตุ๋นอยู่สามประเภทได้แก่ ชิโรซางิ (กะเรียนขาว) อาคาซางิ (กะเรียนแดง) กระเรียนขาวคือพวกที่หลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อ ส่วนกระเรียนแดงคือพวกที่มุ่งหวังร่างกายของเหยื่อ

นักต้มตุ๋นประเภทที่สามคือ คุโรซางิ** (กะเรียนดำ) เป็นนักต้มตุ๋นที่เลือกกินเฉพาะเหยื่อที่เป็นนักต้มตุ๋นด้วยกันเท่านั้น

 

กะเรียนดำคุโรซากิ เวอร์ชั่นอ่อยเหยื่อ

คุโรซากิ เป็นกะเรียนดำหนึ่งเดียวในโลกแห่งมิจฉาชีพ ยึดหลักการ ต้มตุ๋นเหล่ากะัเรียนขาวให้พินาศ แล้วส่งเงินที่กะเรียนขาวเหล่านั้นโกงมา คืนให้กับเหยื่อเท่าที่เขาหรือเธอถูกโกงไป (แน่นอนว่าถ้าได้มาเกินกว่านั้น ก็เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง)

ฉากหน้าของเรื่อง Kurosagi จึงเป็นการชิงไหวพริบกันระหว่างคุโรซากิกับกะเรียนขาวมากหน้าหลายตา ที่ตกเป็นผู้ถูกล่าเสียเองโดยไม่คาดคิด สารพัดความฉลาดอันชั่วร้าย เล่ห์เหลี่ยม กลเม็ดฉ้อโกงที่อาศัยฝีมือทางการแสดง จิตวิทยา และช่องโหว่ของระบบการเงิน ที่ถูกงัดขึ้นมาใช้ มีมากมายอย่างน่าทึ่ง และไม่ค่อยซ้ำกันในแต่ละตอน

คุโรซากิไม่มีพลังพิเศษ ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไฮเทค และก็ไม่ได้ฉลาดระดับ InW เหมือนไลท์ (Death Note) ลูลูช (Code Geass) หรือแปดพิสดาร (หงสาจอมราชันย์) แต่แต้มต่อสำคัญที่ทำให้กะเรียนดำคุโรซากิ ได้เปรียบนักตุ๋นคนอื่นๆ คือ กะเรียนดำรู้ดีว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นนักต้มตุ๋น... ในขณะที่อีกฝ่ายไม่

จะเป็นเซียนมาจากไหน ถ้าไม่รู้เขารู้เรา ก็เอวัง...

 

กะเรียนดำคุโรซากิ เวอร์ชั่นกินเหยื่อ...
Just as planned!

 

อย่างไรก็ตาม... การหลอกกินเงินจากหมู ย่อมปลอดภัยกว่าการจ้องเล่นงานพวกมือเก๋าเขี้ยวลากดิน ดังนั้นการที่คุโรซากิเลือกเส้นทางที่เสี่ยงภัยและผลตอบแทนต่ำเช่นนี้จึงน่าจะมีสาเหตุที่ไม่ธรรมดา

แรงผลักดันของเขามีที่มาจากโศกนาฏกรรมเมื่อหกปีก่อนที่พรากทุกสิ่งไปจากชีวิตเขา ครอบครัวของเด็กชายคุโรซากิถูกแก๊งกะเรียนขาวฉ้อฉลจนล้มละลาย...คุโรซากิผู้พ่อเสียสติ คลุ้มคลั่งสังหารลูกเมียของตัวเอง และฆ่าตัวตายตามอย่างน่าอนาถ

มีเพียงเด็กชายคุโรซากิที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น เด็กน้อยพาร่างและจิตใจที่บาดเจ็บสาหัส ตะกายกลับขึ้นมาจากจากขุมนรก พร้อมกับแรงอาฆาตอย่างลึกล้ำต่อเหล่ากะเรียนขาว ...

...ซ่อนความดำมืดนั้นไว้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม เสื้อโค้ทสีดำ และสมญากะเรียนดำคุโรซากิ

 

Subplots, Sub Characters

Et tu, Brute? ***... So I am!

หากไพ่ตายของคุโรซากิคือข้อมูล แหล่งข้อมูลชั้นดีก็คือสิ่งสำคัญสำหรับเขารองจากชีวิต

นายหน้าคัทซึรางิ โทชิโอะ อดีตนักต้มตุ๋นชั้นเซียน ปัจจุบันทำหน้าที่ขายข้อมูลทางธุรกิจตามใบสั่ง และรับจ้างอำนวยความสะดวกให้กับปฏิบัติการฉ้อฉลของเหล่ากะเรียนขาว คัทสึรางิยึดหลักรักษาความลับให้ลูกค้า และนำส่งข้อมูลได้ทุกชนิดได้แม่นยำเท่าที่ลูกค้าต้องการ จึงได้รับความเชื่อถืออย่างมากในโลกใต้ดิน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า แท้จริงแล้วคัทสึรางิแอบทำอะไรอยู่เบื้องหลัง 

นายหน้าคัทซึรางิ เสือเฒ่าแห่งวงการต้มตุ๋น
 

คัทซึรางินี่เองที่เป็นคนที่ชุบเลี้ยงคุโรซากิน้อย

เป็นเขาเองที่ขายข้อมูลของกะเรียนขาวคนอื่นๆ ให้แก่ "กะเรียนดำ"

และ ... คุโรซากิเอง ก็รู้อยู่แก่ใจว่า

เป็นคัทซึรางินี่เอง ที่ขายพ่อของเขาให้แก่ฝูงกะเรียนขาวเมื่อหกปีก่อน

 

ตลอดเวลาหกปี คัทสึรางิผู้ฉลาดลึกซึ้ง และเข้าใจสัจธรรมแห่งการทรยศหักหลังในวงการเป็นอย่างดี เต็มใจเลี้ยงภัยไว้ใกล้ตัวด้วยเหตุผลบางประการที่คนนอกไม่มีวันหยั่งถึง

ตลอดเวลาหกปี คุโรซากิหนุ่มผู้ขาดที่พึ่ง ข่มความเกลียดชังของตนเองอย่างสุดความสามารถ เพื่ออาศัยข้อมูลจากจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ ถอนรากถอนโคนเหล่ากะเรียนขาวให้สิ้นซาก

ตลอดเวลาหกปี ทั้งสองฝ่ายต่างวางแผนหลอกใช้ซึ่งกันและกัน ร่วมมือ ยิ้มหัวหยอกล้อ และรอคอยอย่างเงียบๆ...

  

 

...รอเพียงเวลา ที่จะเหลือตัวหมากเพียงสองตัวสุดท้าย อยู่บนกระดานแห่งเกมชีวิต

 

ศักดิ์ศรีของศาลสูง หลักการของศาลเตี้ย 

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในความคิดของผู้รีวิว คือแรงผลักดันที่สองที่ชักพาคุโรซากิเข้าสู่วงการนักต้มตุ๋น เนื้อเรื่องของ Kurosagi เน้นย้ำซับพล็อตตัวนี้อยู่บ่อยครั้งเมื่อคุโรซากิมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครรองอีกตัว

โยชิคาวะ ทซึราระ เป็นสาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ผู้ซื่อตรงและร่าเริงสดใส เธอผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าพนักงานอัยการ เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในอำนาจตุลาการอันศักดิ์สิทธิ์...เธอพบกับคุโรซากิโดยบังเอิญเมื่อเพื่อนสนิทของเธอถูกนักต้มตุ๋นเล่นงานจนต้องสูญเงินไปเป็นหลักแสน และต้องการเงินจำนวนนั้นไปเป็นค่าลงทะเบียนเรียนในเทอมต่อไป 

โยชิคาวะ ทซึราระ (น่าจะเป็น) นางเอกของเรื่อง

ทซึราระพยายามใช้ความรู้ทุกอย่างที่เธอเคยร่ำเรียนมาเพื่อต่อสู้กับบริษัทของกะเรียนขาว แต่ก็ไม่อาจช่วยเหลือเพื่อนรักของเธอได้ ด้วยเวลาที่มีจำกัดและการขาดหลักฐานเอาผิด เพื่อนของทซึราระตัดสินใจยืมมือของคุโรซากิ เพื่อทวงเงินของเธอคืนมาโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของทซึราระ

แม้ปฏิบัติการโจรต้มโจรของคุโรซากิจะสำเร็จลงอย่างงดงาม แต่ศักดิ์ศรีของว่าที่อัยการหญิง และมุมมองของทซึราระที่มีต่ออำนาจของกฎหมาย ก็สั่นคลอนอย่างรุนแรงนับแต่วันนั้น

โอกาสนำพาให้ทซึราระต้องพบปะและปะทะคารมกับคุโรซากิอยู่บ่อยครั้ง แต่ยิ่งเธอตอบโต้ด้วยหลักการตามตำราของเธอเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตระหนักถึงข้อบกพร่องของการดำเนินคดีฉ้อโกงมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเธอรู้จักคุโรซากิมากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งสนใจในตัวเขา ไปพร้อมๆ กับชิงชังความอ่อนโลกและไร้พลังของตัวเองมากขึ้นทุกที

คุโรซากิเองก็ไม่ใช่โจรโง่ที่ไม่รู้หนังสือ หรือเลือกมาเป็นโจรอย่างสิ้นคิด แต่เขาศึกษากฎหมายมามาก ... และมากเกินพอที่จะทำให้เขาสิ้นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมซึ่งหญิงสาวยึดมั่นนักหนา เพราะมันแทบจะไม่สามารถลากตัวกระเรียนขาวตัวใหญ่มารับโทษ หรือทดแทนสิ่งที่เหยื่อเคยสูญเสียไปได้แม้แต่น้อย

 

“... สุดท้าย เมื่อขาดพยานหลักฐานชี้ชัด ทนายที่กลัวแพ้คดีก็จะหลุบหางขอยอมความ แล้วก็ปล่อยผู้เสียหายไปตามยถากรรม ... นี่แหละ สันดานของไอ้พวกนักกฎหมายล่ะ”

 

ทซึราระได้แต่ยืนนิ่ง กล้ำกลืนน้ำตาด้วยความเจ็บใจ...

...เจ็บใจ...เพราะเธอรู้ดีว่าคุโรซากิไม่ได้พูดเหลวไหล...

...นั่นเพราะสิ่งยืนยันข้ออ้างของเขา ก็คือชีวิตแสนเศร้าของตัวคุโรซากิเอง

 

ชะตาที่ต้องกันของคุโรซากิและทซึราระ นำมาซึ่งความขัดแย้งที่เจ็บปวด ด้วยทิฐิและมานะ ด้วยมุมมองและจุดยืน ด้วยปูมหลังและเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ทำให้ทั้งสองชีวิตที่ดูเหมือนใกล้ชิดสนิทสนม ไม่อาจยอมรับซึ่งกันและกันได้อย่างที่ใจต้องการ

แม้กระนั้น บางสิ่งระหว่างสองคนก็ดึงดูดเรียกหา ทำให้เขาและเธอไม่สามารถตัดขาดจากกันได้


 

บางสิ่งที่ว่า อาจเป็น ความเข้าใจ ใน เนื้อแท้ ... แม้ต่างคน จะยึดถือหลักการที่ตรงกันข้าม

อาจเป็น ศรัทธา  ใน คุณธรรม ... แม้ต่างคน จะเลือกใช้วิธีการที่ไม่ลงรอย

อาจเป็น ความอาทร ต่อ เพื่อนมนุษย์ ... แม้ต่างคน จะก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบ

 

 "...ถึงคุณจะพูดแบบนั้น แต่ชั้นก็ไม่มีวันเลิกฝันจะเป็นอัยการค่ะ

เพื่อจะพาเจ้าคนสารเลวที่ข่มเหงผู้คนมารับโทษทัณฑ์

ชั้นมีเพียงสิ่งนี้ และเชื่อมั่นได้เพียงสิ่งนี้เท่านั้น

ซึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไร

กับเหตุผลที่คุณมาเป็นนักต้มตุ๋นเลย !!"

 
บทสรุป

ผมเพิ่งจะได้อ่าน Kurosagi ฉบับมังงะมาเพียง 13 ตอนเท่าที่หาสแกนภาษาอังกฤษได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็นด้วยกัน

ทั้งเรื่องรายละเอียดการป้องกันตัวเองจากกลฉ้อฉล เรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอกกับตัวละครรองอีกสองตัวที่มีการพัฒนาอยู่เป็นระยะๆ และส่งเสริมพล็อตรองว่าด้วย “ความเชื่อใจ” (trust) และ “ความยุติธรรม” (justice) ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ไม่เข้ากัน” กับโลกแห่งการต้มตุ๋นได้อย่างกลมกลืน

โดยประเด็นที่ผมเลือกยกมาเป็นชื่อรีวิวก็คือประเด็นหลัง เพราะสาวสวยใสซื่อย่อมน่าสนใจกว่าตาเฒ่าหน้าบาก เพราะหากพิจารณาแล้ว นี่คือประเด็นที่น่าจะใกล้ตัวของเรามากที่สุด

มีภาษิตกฎหมายบทหนึ่งกล่าวว่า "ยุติธรรมที่ช้าเกินการ ไซร้คืออยุติธรรม"**** และความอยุติธรรมก็คือพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเหล่าร้าย กฎหมายที่ย่อหย่อนจึงเป็นได้เพียงเครื่องมือสะดวกใช้ของเหล่าอาชญากร

กระบวนการเช่นว่าย่อมทำให้คนชั่วลอยนวลและคนดีขาดที่พึ่ง เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักดันให้คนดีๆ กลายเป็นคนร้าย และคนที่เคยทำผิดเพียงเล็กน้อยพากันถลำลึก กลายเป็นมหาโจรที่ก่อความเสียหายแก่สังคมอย่างมหาศาล

คุโรซากิ เป็นตัวแทนของบุคคลที่ถูกซ้ำเติมด้วยความอยุติธรรมนั้นจนต้องกลายมาเป็นโจรต้มตุ๋น และหากไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนใฝ่ดีโดยธรรมชาติ เขาคงยึดอาชีพกะเรียนขาวเพื่อคอยทำร้ายสังคมที่เคยทอดทิ้งเขา และชะตาชีวิตของเขาก็คงจบลงอย่างอนาถ ไม่ต่างกับกะเรียนขาวที่ถูกเขากัดกินไป

คุโรซากิ อาจเป็นตัวละครที่ทำให้หลายๆ คนต้องกลับมาทบทวนถึงบทบาทของกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะเขาทำถูก หรือตำรวจทำผิด ... แต่เป็นเพราะว่า ... ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำทุกคนในโลก ที่จะเติบใหญ่เป็นโจรคุณธรรมได้อย่างคุโรซากิ

 

กะเรียนดำคุโรซากิ เวอร์ชั่นโฉดแตก

--------------------------------------------------------------------------------------------------

* อ้างอิงจากการ์ตูน ยังหาแหล่งยืนยันไม่ได้

** คำว่า “นักต้มตุ๋น” ในภาษาญี่ปุ่นเป็นคำพ้องเสียงกับ “นกกะเรียน” ดังนั้น “กะเรียน” จึงเป็นชื่อเล่นของอาชีพนักต้มตุ๋นในภาษาญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ในสแกนภาษาอังกฤษผู้แปลเขาจะทับศัพท์เป็น “นักต้มตุ๋นดำ” (The Black Swindler) เพื่อกันความสับสน ส่วนชื่อ "คุโรซากิ" ของพระเอกก็เป็นคำพ้องเสียงกับ "คุโรซางิ" (กะเรียนดำ) พอดีครับ

*** Et tu, Brute? เป็นวรรคสุดคลาสสิกของบทละครเชคสเปียร์ [จูเลียส ซีซาร์] แปลว่า "บรูตัส เจ้าเองก็ด้วยหรือ ?"  โดยบรูตัสเป็นเพื่อนสนิทของจักรพรรดิซีซาร์ และเป็นหนึ่งในผู้ลอบสังหารซีซาร์ด้วย วรรคนี้ได้รับการยกย่องว่าถ่ายทอดความเศร้าและคับแค้นใจของซีซาร์ที่ถูกทรยศได้อย่างสั้นกระชับที่สุด

**** Justice delayed is justice denied.

---------------------------------------------------------------------------------------------------

EDIT: Kurosagi ยังไม่มีลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย ผู้สนใจสามารถหาโหลดอ่านได้ที่เวบ scanslation ทั่วไปอย่าง onemanga หรือ mangadownload ครับ (onemanga จะอัพเดตกว่านิดหน่อย แต่ mangadownload จะมีให้ดาวน์โหลดเป็น .rar แพ็คครับ)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Activator Section

ช่วงใหม่ท้ายรีวิวสนองความฟุ้งซ่าน ว่าด้วยเรื่องเรื่อยๆ เปื่อยๆ ที่ปูทันนึกถึงในระหว่างเขียนรีวิวครับ

- ฮีโร่แห่งวงการมืดในโลกการ์ตูนญี่ปุ่น คนแรกที่ผมประทับใจคือ ซาเอบะ เรียว จาก City Hunter ซึ่งความเท่ของลุงเรียวก็คล้ายๆ กับคุโรซากิ คือการกล้าบอกใครต่อใครว่า “ผมเป็นมือปืนรับจ้าง” นี่แหละนะ และถ้าจะถามว่าถึงตอนนี้ผมชอบใครมากกว่า ผมก็ยังชอบลุงเรียวที่สุดอยู่ดี (อันดับสองคือหมอเถื่อนแบล็คแจ็ค ออริจินอลเวอร์ชั่นของปรมาจารย์โอซามุ)

- ความประทับใจที่ได้จาก Kurosagi เป็นสิ่งที่ผมเคยคาดหวังจาก Get Backers เพราะช่วงแรกๆ ของเรื่องนี้ จะยังมีประเด็นเรื่องความต้องการของลูกค้าที่ไม่มีที่พึ่ง การจัดลำดับสิ่งสำคัญในภารกิจ หลักการของนักทวงของ นักส่งของ นักคุ้มกันและนักฆ่า การชิงไหวพริบกันระหว่างหลากหลายอาชีพในโลกนอกกฎหมาย ฯลฯ แต่ไปๆ มาๆ ก็กลายพันธุ์เป็นการ์ตูนเทพยุทธ์ตัวต่อตัวไปซะแล้ว orz orz

- Kurosagi เวอร์ชันหนังโรงที่ยามะพีแสดงนำ ... ไม่สนุกอย่างแรงครับเพ่น้อง... สาเหตุหลักก็มาจากนายยามะพีในบทของคุโรซากิ ที่เก๊กหล่ออารมณ์อมทุกข์เล่นมิวสิควิดีโอได้คงเส้นคงวา จนแทบไม่เหลือเค้าคนตลกร้ายช่างประชดประชัน กับหน้าตายียวนเปื้อนยิ้มเอ๋อๆ ของต้นฉบับเลย (เป็นการดัดแปลงคาแรกเตอร์และ casting ที่ดีกว่าน้าเฉินหลงในบทของซาเอบะ เรียว แค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง orz…) หนำซ้ำยังตัดบทของทซึราระไปซะเหี้ยนกลายเป็นแค่ some girl next door ธรรมดา... มันไม่ใช่อ่ะ มายซิสเตอร์!

- พูดถึงการตีความคาแรกเตอร์ ผมกลับชอบการตีความยางามิ ไลท์ ใน Death Note ฉบับภาพยนตร์มากกว่านะ เพราะว่าเขาดัดแปลงเท่าที่จำเป็นต่อรูปแบบการนำเสนอจริงๆ แถมยังใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเพิ่มมิติให้ตัวละครได้อีกต่างหาก (ใครเห็นหนังสือของนีทเซ่ในห้องนอนของไลท์บ้างเอ่ย ?)

- พล็อตเรื่องที่มักใช้หากินกับผมได้ดีคือ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากตัวละครที่มีพื้นฐานต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งเรื่องล่าสุดที่เรียกคะแนนจากผมได้ด้วยวิธีนี้ คือหนังดิสนี่ย์เรื่อง Enchanted ครับ
น่าสนใจดีนะครับ เดี๋ยวจะลองหามาอ่านbig smile
เรื่องนี้มีแปลไทยหรือยังนะครับ?
ท่าทางจะทำให้ปวดหัวได้มิใช่น้อย sad smile
Hot!
ตอนนี้ผมกำลังเตรียมโละหมวดการเมืองทิ้ง เพราะสิ้นศรัทธากับสถาบันศาลสองมาตรฐาน การเมืองสองฝั่งกระทำผิดข้อหาเดียวกัน แต่ผลการตัดสินออกมาไม่เหมือนกัน

#5 By Chubby Chocobo on 2008-07-24 19:03

อ่านพลอตเรื่องแล้วน่าสนใจมากๆเลยครับ เริ่มอยากอ่านซะแล้วสิครับ confused smile Hot!

#6 By SkyKiD on 2008-07-24 19:43

สนใจการ์ตูนเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าเป็นหนังนี่แหละครับ
ในหนังไม่ได้ดู เพราะไม่ว่าง
แต่การ์ตูนก็ไม่ได้มีแบบแปลไทยใช่ไหมครับ

ปล. เห็นด้วยมากๆ กับ Get Backer

#7 By AkE on 2008-07-24 20:18

ไม่มีอะไรไม่เห็นด้วยเลยในรีวิวนี้ เป็นรีวิวที่ดีมากๆครับ Hot! (แต่ไม่ใช่ว่าผมเห็นด้วยจึงว่าดีนะครับ)

ว่าแต่ เรื่องนี้ ถ้ายังไม่มีใครซื้อลิขสิทธิ์ในไทย แล้ว... ไหนล่ะครับ url โหลดไฟล์! orz orz

#8 By PastelSalad on 2008-07-24 20:48

ไปดูหนังมาเหมือนกัน อือ
ตอนแรกนึกว่าพูดถึงคุโรซากิอีกเรื่อง
ที่เป็นฆ่าหั่นศพซะอีกนะ

เอ้อะ พอคุยในเอมไปหมดแล้วจะเม้นอะไรดีละนี่^^;

#9 By mikan on 2008-07-24 22:55

เม้นแบบนี้ เลยส้ม


"นี่ซิ... ปู~~~~"

#10 By gomora on 2008-07-24 23:15

อ่าน entry นี้จบก็ก็หามาอ่านทันที

ส่วนตัวชอบเรื่องอารมณ์แนวๆอยู่แล้วด้วย หุหุ

#11 By LostOfCTRL on 2008-07-25 02:18

เดาว่ายังไม่น่ามีแปลไทย...

เมนท์ไรน่ะลุง...

#12 By ~Trigger~ on 2008-07-25 08:24

ชอบเรื่องแบบนี้มากทีเดียว

ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะน้องปูทัน

พี่ไม่พลาดเด็ดขาดเลย

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

big smile การ์ตูนดี ๆ หายากออก เพราะงี้ ควรติดดาวให้คนรู้กันทั่ว exteen question
เส้นงาม...

#14 By \\(..U 3U..)// on 2008-07-25 16:55

อ่าน scanlation ไปได้ 2-3 ตอนแรกแล้วก็
กำลังตามดูหนังซีรีส์ที่ยามะพีเล่นอยู่ค่ะ
ในหนังเปลี่ยนเนื้อเรื่องไปเยอะเลยทีเดียว

ไอ้เราก็ไม่ค่อยถูกกับเรื่องเงินๆทองๆ
เลยดูแล้วเข้าใจยาก ว่ามันโกงกันยังไงหว่า โอนเงินไปมาได้งงดี
แต่โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องสนุกดี

#16 By >>VaRioLa on 2008-07-25 17:16

#16 คุณ VaRioLa

ส่วนตัวผมเห็นว่า ยามะพี "หล่อ" เกินกว่าบทของคุโรซากิครับ พอดูฉบับหนังโรงเลยรู้สึกขัดตามากๆ ... แถมมีซีนแอกติ้งเว่อร์ๆ อย่างที่ทำมือ bangbang, ชักดาบมาควงเล่น, หรือไปแหกปากร้องไห้กลางสายฝนบนถนนที่คนเยอะๆ ... ซึ่งคุโรซากิที่ผมรู้จักไม่น่าจะทำ (และก็ไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม) โผล่ออกมาในภาพยนตร์น่ะครับ ... พอเป็นแบบนั้นยิ่งดูก็ยิ่งคิดว่า "ไอ้หมอนี่มันไม่ใช่คุโรซากินี่หว่า..." sad smile

แต่ไม่เคยดูทีวีซีรี่ย์แฮะ ... ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็มาคุยกันต่อได้นะครับ double wink
โอ้ยยยย อยากอ่านเป็นยิ่งนัก
โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้เรียนกม.มาค่ะ แต่รู้ว่าตัวกม.เนี่ย มันมีช่องโหว่เยอะแยะ อยากจะรู้ว่า คนเขียนเค้าถ่ายทอดจุดตรงนั้นออกมายังไง
ต้องหาอ่านบ้างซะแล้วbig smile

#18 By SweetPuff on 2008-07-25 18:20

กำลังควาญหามาอ่านอยู่พอดีเลยค่ะ

แต่เคยดูแบบซีรีย์แล้ว

#19 By Minuet on 2008-07-25 18:39

เคยดูเป็นซีรีส์ค่ะเรื่องนี้(แต่ยังดูไม่จบเลย แหะๆ มันดูเรื่อยๆเปื่อยๆๆยังไงไม่รู้) อันที่เป็นภาพยนตร์ก็ยังไม่ได้ดู อืม จะว่าไปแนวนักต้มตุ๋นนี่น่าสนใจนะ เห็นอีกเรื่องที่พระเอกเป็นนักต้มตุ๋นและหนุกไม่แพ้กันคือ Liar Game เป็นทั้งการ์ตูนและซีรีส์ค่ะ และแน่นอนว่าการ์ตูนก็ยังไม่มีแบบแปลไทยเหมือนกัน

#20 By ซินนามอโรล on 2008-07-25 18:58

ตอนแรกเข้ามานึกว่าเรื่องเดียวกับหนังที่ฉายไป
พออ่านๆ ไป ก็ใช่เรื่องเดียวกัน 555+
น่าสนใจมากๆ ค่ะ ^.^

#21 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-07-25 20:36

# 18 คุณ SweetPuff

ประเด็นเรื่องกฎหมายเป็น "พล็อตรอง" ของเรื่องนี้น่ะครับ และปมขัดแย้งตรงนี้จะมีการกล่าวถึงเมื่อถึงบทของทซึราระเท่านั้น ดังนั้นความละเอียดตรงนี้จะน้อยไปบ้างและไม่ค่อยบอกออกมาตรงๆ ครับ

อย่างไรก็ตามก็จะมีเกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินอยู่มาก (ใช้ในงานต้มตุ๋น) เช่น ตั๋วสัญญาใช้เงิน เงื่อนไขการขึ้นเงิน จำนอง จำนำ การเคลมสินค้า ฯลฯ

ส่วนในแง่ของการดำเนินคดีจะต้องตีความกันนิดหน่อย อย่างในเคสที่เปิดตัวทซึราระ ก็จะต้องวิเคราะห์ว่าหากเรื่องไปถึงชั้นศาลก็จะลำบากในการพิสูจน์ "เจตนาฉ้อโกง" (แง่อาญา) หรือถ้าจะให้ตัดสินว่าเป็น "กลฉ้อฉล" ในทางแพ่งก็อาจเรียกค่าเสียหายไม่ได้เต็มจำนวน หากอีกฝ่ายเอาแง่ความ "ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง" ของฝ่ายผู้เสียหายมาต่อสู้ ฯลฯ

และกว่าคดีจะถึงที่สุด ก็เสียเงินและเวลาไปมากโขครับ

(ปล. เรื่องนี้อ่านเอาสนุกก็ได้นะ ไม่ต้องหาเรื่องให้ตัวเองปวดหัวอย่างที่ผมทำก็ได้ เชื่อสิ)


#19 คุณ Minuet

ลองไปหาทีวีซีรี่ย์มาดูผ่านๆ แล้ว...ไม่รู้ผมอคติมากไปมั้ย แต่คาแรกเตอร์คุโรซากิในฉบับคนแสดงเนี่ย...มันดู "เกินจริง" ยิ่งกว่าในหนังสือการ์ตูนซะอีก ...

#20 คุณ ซินนามอนโรล

Liar Game มีฉบับแปลไทยนะครับ ชื่อไทยว่า "ไล่ล่าเกมตอแหล" (ชื่อน่าเกลียดสุดๆ!) ผมอ่านไปสองเล่มแล้วสนุกดีครับ เพียงแต่เรื่องนี้จะเน้นความแปลกของเกม กับความฉลาดเทพของพระเอก จนยังจับประเด็นมาเขียนรีวิวไม่ค่อยออก ส่วนของคาแรกเตอร์ก็ยังไม่มีมิติอะไรให้จับต้องมากนัก... อันนี้ต้องรอดูกันยาวๆ ครับ
เคยดูแบบซีรี่ย์เหมือนกัน ที่ยามะพีแสดง
ชอบเนื้อเรื่องที่ตีแผ่กลวิธีต้มตุ๋นออกมาหลายเรื่องเลย
เคยคิดเหมือนกันว่าทีวีไทยน่าจะลองทำซีรี่ย์มีสาระแบบนี้ดูมั่งนะ
Hot!

#23 By Naana on 2008-07-25 23:59

เรื่องนี้ได้ยินชื่อบ่อยแฮะ ท่าทางจะสนุกจริง อ่านแล้วดูหักเหลี่ยมเฉือนคมมาก
Hot! Hot! Hot! น่าสนใจมากก อยาอ่านภาคไทยมีไม๊น๊อ

#25 By (^_^)/nana on 2008-07-26 15:35

ภาค manga ยังไม่เคยอ่านเลย แต่ได้ดูเวอร์ชันซีรีย์ไปหลายตอนเหมือนกันครับ

พลอตเรื่องกับบทสนทนา จัดว่าน่าติดตามทีเดียว น่าสนใจพอให้ผมอยากดูจนจบได้...แต่ปัญหาคือ ตัวละครครับ ^^"

ปกติจะไม่ปลื้มคาแรกเตอร์สไตล์พระเอก MV ที่ต้อง(พยายาม)มีมาด (ทำตัวเหมือน)มีชั้นเชิง และ(ดิ้นรน)มีมุมกล้องเท่ห์ๆมาโชว์บ่อยๆ (โดยที่ไม่รู้ว่า จะโชว์เมพไปทำห่านอะไร sad smile)...ฉบับซีรีย์ เข้า criteria นี้ทุกอย่างครับ

ยังไม่ได้อ่านต้นฉบับ เลยวิจารณ์ส่งเดชไม่ได้ แต่ผมเห็นซีรีย์ และหนังญี่ปุ่นหลายเรื่องแล้ว ที่พยายาม"ตีความ" ตัวละครให้ออกมาเหนือมนุษย์เกินกว่าเหตุ...อาจเป็นรสนิยมของคนญี่ปุ่นเค้า แต่สำหรับผม รู้สึกหมั่นไส้อ่อนๆ และเหมือนโดนยัดเยียดความเท่ห์มากเกินไป ไม่ได้อารมณ์ร่วมเลยซักนิด sad smile



พูดถึง Liar game...อันนั้นก็โหลด manga มาดองได้เป็นปีแล้ว...ยังไม่ได้อ่านจริงจังเลยแฮะ

แต่จะมาเชียร์เวอร์ชันซีรีย์ครับ นอกจากเอริกะจัง(?)ที่เล่นเป็นนางเอกโมเอะผิดมนุษย์แล้ว จุดเด่นของฉบับคนแสดงนี่คือ การลำดับภาพที่น่าติดตาม และOST ที่เร้าใจมากๆครับ

แต่ก็อย่างที่ว่า ตัวเนื้อหามันออกจะสั้น และมีความจำกัดใน"โลก"ของเรื่องราวมากไปหน่อย...ดูจบแล้ว แก่นหลักของเรื่องก็ค่อนข้างตื้น ตรงไปตรงมา (ในระดับ เพียงพอแค่เป็น "พลอตหนังสั้น" เท่านั้นเอง) จะเด่นจริงๆ ก็เป็นการคิดตัวเกมส์ และการพลิกเกมส์ของตัวเอก เพียงเท่านั้น

...ดังนั้น การเชียร์ Liar game ของผม แม้จะไม่มีประเด็นในเชิง"เนื้อหา" กับ "ตัวละคร" ให้มาขยายเจาะลึกอะไร...แต่ก็จะออกไปในทาง เน้นในฐานะของการเป็น "ภาพยนตร์" ที่ดูสนุก และนำเสนอแปลกตาครับ big smile

#27 By Zieghart on 2008-07-26 21:37

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
รอการแปลเป็นไทยของการ์ตูนเล่มนี้ค่ะ!!~
ชอบแนวนี้มากๆ แล้วเส้นสวยอีกต่างหาก

ขอบคุณที่นำมาแนะนำให้ค่า

#28 By โอตากิ on 2008-07-27 00:28

เรื่องนี้เคยดูซีรีย์ อิอิ อยากอ่านมังงะเหมือนกานง่า
นอกเรื่องนิดครับ จากประโยค Et tu, Brute?

บรูตัสที่ว่านี่ นอกจากจะรู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในคนสนิทของซีซาร์แล้ว ยังมีข่าวลืออีกกระแสว่าเขาเป็นลูกชายแท้ๆของซีซาร์ที่แอบไปลักลอบได้เสียกับเมียชาวบ้านไปทั่วนั่นเอง

หลังจากพูดประโยดนี้แล้วซีซาร์ก็เอาผ้าคลุมคลุมหน้าตัวเองแล้วยอมโดนรุมแทงแต่โดยดีโดยไม่ขัดขืนเลย

#31 By Blade on 2008-07-28 14:18

อ๊ากก จิงดิ Liar Game มีเป็นการ์ตูนไทยแล้วหรอ ตกข่าวๆ ของสนพ.ไหน วานบอก

ชื่อเรื่องไทยตลกจริงๆด้วย ถามเจ้าของร้านจะโดนเค้าคิดว่าเราด่ามั้ยอ่ะ 555

#32 By ซินนามอโรล on 2008-07-29 22:09