บทนำ

ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งหนึ่ง

เงาร่างของหญิงสาว เดินซัดเซตรงไปยังชานชาลา ใบหน้าของเธอเซื่องซึมและเหม่อลอย บ่งบอกได้อย่างดีถึงความสิ้นหวังที่ไม่สมกับวัยของเธอ

บริษัทของเธอถูกหนี้สินรุมเร้า เธอพยายามขอกู้เงินจากบริษัทการเงิน แต่กลับถูกหลอกจนสูญเงินไปถึงสิบล้านภายในพริบตา...เธอถูกต้มตุ๋น... ถูกหักหลังในจังหวะชีวิตที่เลวร้ายที่สุด...บริษัทของเธอกำลังจะล้มละลายในไม่ช้า และชีวิตของเธอกำลังจะพังพินาศด้วยความผิดที่เธอไม่ได้ก่อ

ขาของหญิงสาวยังคงก้าวเดินแม้อ่อนระโหย สายตายังคงจับจ้องไปที่ชานชาลา

หัวใจที่แหลกสลายของเธอ คิดเพียงแต่อยากจะไปให้พ้นจากความอยุติธรรมนี้...

 

“คิดจะฆ่าตัวตายงั้นสินะครับ?”

 

เสียงห้าวที่ไม่คุ้นหูร้องทักขึ้นมาจากเบื้องหลัง ปลุกเธอตื่นจากภวังค์...ปลายเท้าของเธอหยุดกึกอยู่ที่ขอบชานชาลา ...

เธอหันหลังไปทางต้นเสียง ... เด็กหนุ่มร่างสันทัดอายุไม่เกินยี่สิบ สวมโค้ทสีดำสนิท ท่าทางยียวนและฉลาดคล่องแคล่ว ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

“ผมเคยเห็นมาเยอะ คนที่ถูกโกงเงินจนต้องฆ่าตัวตาย ทุกคนทำหน้าแบบที่คุณทำอยู่นี่แหละ”

“คุณเป็นใคร?”

“ผมชื่อคุโรซากิ...อาชีพนักต้มตุ๋น”

 

ช่างเป็นชื่ออาชีพที่แสลงหูของหญิงสาวยิ่งนัก

 

“วางใจเถอะ เงินทุกเยนที่ถูกโกงไป...ผมจะโกงคืนมาให้คุณเอง!”

 

Main Plot, Main Character

กำเนิดกะเรียนดำ สัตว์ร้ายชั้นสูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร

ในวงการนักต้มตุ๋น* มีนักต้มตุ๋นอยู่สามประเภทได้แก่ ชิโรซางิ (กะเรียนขาว) อาคาซางิ (กะเรียนแดง) กระเรียนขาวคือพวกที่หลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อ ส่วนกระเรียนแดงคือพวกที่มุ่งหวังร่างกายของเหยื่อ

นักต้มตุ๋นประเภทที่สามคือ คุโรซางิ** (กะเรียนดำ) เป็นนักต้มตุ๋นที่เลือกกินเฉพาะเหยื่อที่เป็นนักต้มตุ๋นด้วยกันเท่านั้น

 

กะเรียนดำคุโรซากิ เวอร์ชั่นอ่อยเหยื่อ

คุโรซากิ เป็นกะเรียนดำหนึ่งเดียวในโลกแห่งมิจฉาชีพ ยึดหลักการ ต้มตุ๋นเหล่ากะัเรียนขาวให้พินาศ แล้วส่งเงินที่กะเรียนขาวเหล่านั้นโกงมา คืนให้กับเหยื่อเท่าที่เขาหรือเธอถูกโกงไป (แน่นอนว่าถ้าได้มาเกินกว่านั้น ก็เอาเข้ากระเป๋าตัวเอง)

ฉากหน้าของเรื่อง Kurosagi จึงเป็นการชิงไหวพริบกันระหว่างคุโรซากิกับกะเรียนขาวมากหน้าหลายตา ที่ตกเป็นผู้ถูกล่าเสียเองโดยไม่คาดคิด สารพัดความฉลาดอันชั่วร้าย เล่ห์เหลี่ยม กลเม็ดฉ้อโกงที่อาศัยฝีมือทางการแสดง จิตวิทยา และช่องโหว่ของระบบการเงิน ที่ถูกงัดขึ้นมาใช้ มีมากมายอย่างน่าทึ่ง และไม่ค่อยซ้ำกันในแต่ละตอน

คุโรซากิไม่มีพลังพิเศษ ไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ไฮเทค และก็ไม่ได้ฉลาดระดับ InW เหมือนไลท์ (Death Note) ลูลูช (Code Geass) หรือแปดพิสดาร (หงสาจอมราชันย์) แต่แต้มต่อสำคัญที่ทำให้กะเรียนดำคุโรซากิ ได้เปรียบนักตุ๋นคนอื่นๆ คือ กะเรียนดำรู้ดีว่าอีกฝ่ายหนึ่งเป็นนักต้มตุ๋น... ในขณะที่อีกฝ่ายไม่

จะเป็นเซียนมาจากไหน ถ้าไม่รู้เขารู้เรา ก็เอวัง...

 

กะเรียนดำคุโรซากิ เวอร์ชั่นกินเหยื่อ...
Just as planned!

 

อย่างไรก็ตาม... การหลอกกินเงินจากหมู ย่อมปลอดภัยกว่าการจ้องเล่นงานพวกมือเก๋าเขี้ยวลากดิน ดังนั้นการที่คุโรซากิเลือกเส้นทางที่เสี่ยงภัยและผลตอบแทนต่ำเช่นนี้จึงน่าจะมีสาเหตุที่ไม่ธรรมดา

แรงผลักดันของเขามีที่มาจากโศกนาฏกรรมเมื่อหกปีก่อนที่พรากทุกสิ่งไปจากชีวิตเขา ครอบครัวของเด็กชายคุโรซากิถูกแก๊งกะเรียนขาวฉ้อฉลจนล้มละลาย...คุโรซากิผู้พ่อเสียสติ คลุ้มคลั่งสังหารลูกเมียของตัวเอง และฆ่าตัวตายตามอย่างน่าอนาถ

มีเพียงเด็กชายคุโรซากิที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นั้น เด็กน้อยพาร่างและจิตใจที่บาดเจ็บสาหัส ตะกายกลับขึ้นมาจากจากขุมนรก พร้อมกับแรงอาฆาตอย่างลึกล้ำต่อเหล่ากะเรียนขาว ...

...ซ่อนความดำมืดนั้นไว้ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม เสื้อโค้ทสีดำ และสมญากะเรียนดำคุโรซากิ

 

Subplots, Sub Characters

Et tu, Brute? ***... So I am!

หากไพ่ตายของคุโรซากิคือข้อมูล แหล่งข้อมูลชั้นดีก็คือสิ่งสำคัญสำหรับเขารองจากชีวิต

นายหน้าคัทซึรางิ โทชิโอะ อดีตนักต้มตุ๋นชั้นเซียน ปัจจุบันทำหน้าที่ขายข้อมูลทางธุรกิจตามใบสั่ง และรับจ้างอำนวยความสะดวกให้กับปฏิบัติการฉ้อฉลของเหล่ากะเรียนขาว คัทสึรางิยึดหลักรักษาความลับให้ลูกค้า และนำส่งข้อมูลได้ทุกชนิดได้แม่นยำเท่าที่ลูกค้าต้องการ จึงได้รับความเชื่อถืออย่างมากในโลกใต้ดิน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า แท้จริงแล้วคัทสึรางิแอบทำอะไรอยู่เบื้องหลัง 

นายหน้าคัทซึรางิ เสือเฒ่าแห่งวงการต้มตุ๋น
 

คัทซึรางินี่เองที่เป็นคนที่ชุบเลี้ยงคุโรซากิน้อย

เป็นเขาเองที่ขายข้อมูลของกะเรียนขาวคนอื่นๆ ให้แก่ "กะเรียนดำ"

และ ... คุโรซากิเอง ก็รู้อยู่แก่ใจว่า

เป็นคัทซึรางินี่เอง ที่ขายพ่อของเขาให้แก่ฝูงกะเรียนขาวเมื่อหกปีก่อน

 

ตลอดเวลาหกปี คัทสึรางิผู้ฉลาดลึกซึ้ง และเข้าใจสัจธรรมแห่งการทรยศหักหลังในวงการเป็นอย่างดี เต็มใจเลี้ยงภัยไว้ใกล้ตัวด้วยเหตุผลบางประการที่คนนอกไม่มีวันหยั่งถึง

ตลอดเวลาหกปี คุโรซากิหนุ่มผู้ขาดที่พึ่ง ข่มความเกลียดชังของตนเองอย่างสุดความสามารถ เพื่ออาศัยข้อมูลจากจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้ ถอนรากถอนโคนเหล่ากะเรียนขาวให้สิ้นซาก

ตลอดเวลาหกปี ทั้งสองฝ่ายต่างวางแผนหลอกใช้ซึ่งกันและกัน ร่วมมือ ยิ้มหัวหยอกล้อ และรอคอยอย่างเงียบๆ...

  

 

...รอเพียงเวลา ที่จะเหลือตัวหมากเพียงสองตัวสุดท้าย อยู่บนกระดานแห่งเกมชีวิต

 

ศักดิ์ศรีของศาลสูง หลักการของศาลเตี้ย 

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในความคิดของผู้รีวิว คือแรงผลักดันที่สองที่ชักพาคุโรซากิเข้าสู่วงการนักต้มตุ๋น เนื้อเรื่องของ Kurosagi เน้นย้ำซับพล็อตตัวนี้อยู่บ่อยครั้งเมื่อคุโรซากิมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครรองอีกตัว

โยชิคาวะ ทซึราระ เป็นสาวน้อยนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ผู้ซื่อตรงและร่าเริงสดใส เธอผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าพนักงานอัยการ เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในอำนาจตุลาการอันศักดิ์สิทธิ์...เธอพบกับคุโรซากิโดยบังเอิญเมื่อเพื่อนสนิทของเธอถูกนักต้มตุ๋นเล่นงานจนต้องสูญเงินไปเป็นหลักแสน และต้องการเงินจำนวนนั้นไปเป็นค่าลงทะเบียนเรียนในเทอมต่อไป 

โยชิคาวะ ทซึราระ (น่าจะเป็น) นางเอกของเรื่อง

ทซึราระพยายามใช้ความรู้ทุกอย่างที่เธอเคยร่ำเรียนมาเพื่อต่อสู้กับบริษัทของกะเรียนขาว แต่ก็ไม่อาจช่วยเหลือเพื่อนรักของเธอได้ ด้วยเวลาที่มีจำกัดและการขาดหลักฐานเอาผิด เพื่อนของทซึราระตัดสินใจยืมมือของคุโรซากิ เพื่อทวงเงินของเธอคืนมาโดยไม่ฟังเสียงคัดค้านของทซึราระ

แม้ปฏิบัติการโจรต้มโจรของคุโรซากิจะสำเร็จลงอย่างงดงาม แต่ศักดิ์ศรีของว่าที่อัยการหญิง และมุมมองของทซึราระที่มีต่ออำนาจของกฎหมาย ก็สั่นคลอนอย่างรุนแรงนับแต่วันนั้น

โอกาสนำพาให้ทซึราระต้องพบปะและปะทะคารมกับคุโรซากิอยู่บ่อยครั้ง แต่ยิ่งเธอตอบโต้ด้วยหลักการตามตำราของเธอเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตระหนักถึงข้อบกพร่องของการดำเนินคดีฉ้อโกงมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเธอรู้จักคุโรซากิมากขึ้นเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งสนใจในตัวเขา ไปพร้อมๆ กับชิงชังความอ่อนโลกและไร้พลังของตัวเองมากขึ้นทุกที

คุโรซากิเองก็ไม่ใช่โจรโง่ที่ไม่รู้หนังสือ หรือเลือกมาเป็นโจรอย่างสิ้นคิด หากแต่เขาศึกษากฎหมายมามาก ... และมากเกินพอที่จะทำให้เขาสิ้นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมซึ่งหญิงสาวยึดมั่นนักหนา เพราะมันแทบจะไม่สามารถลากตัวกระเรียนขาวตัวใหญ่มารับโทษ หรือทดแทนสิ่งที่เหยื่อเคยสูญเสียไปได้แม้แต่น้อย

 

“... สุดท้าย เมื่อขาดพยานหลักฐานชี้ชัด ทนายที่กลัวแพ้คดีก็จะหลุบหางขอยอมความ แล้วก็ปล่อยผู้เสียหายไปตามยถากรรม ... นี่แหละ สันดานของไอ้พวกนักกฎหมายล่ะ”

 

ทซึราระได้แต่ยืนนิ่ง กล้ำกลืนน้ำตาด้วยความเจ็บใจ...

...เจ็บใจ...เพราะเธอรู้ดีว่าคุโรซากิไม่ได้พูดเหลวไหล...

...นั่นเพราะสิ่งยืนยันข้ออ้างของเขา ก็คือชีวิตแสนเศร้าของตัวคุโรซากิเอง

 

ชะตาที่ต้องกันของคุโรซากิและทซึราระ นำมาซึ่งความขัดแย้งที่เจ็บปวด ด้วยทิฐิและมานะ ด้วยมุมมองและจุดยืน ด้วยปูมหลังและเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ทำให้ทั้งสองชีวิตที่ดูเหมือนใกล้ชิดสนิทสนม ไม่อาจยอมรับซึ่งกันและกันได้อย่างที่ใจต้องการ

แม้กระนั้น บางสิ่งระหว่างสองคนก็ดึงดูดเรียกหา ทำให้เขาและเธอไม่สามารถตัดขาดจากกันได้


 

บางสิ่งที่ว่า อาจเป็น ความเข้าใจ ใน เนื้อแท้ ... แม้ต่างคน จะยึดถือหลักการที่ตรงกันข้าม

อาจเป็น ศรัทธา  ใน คุณธรรม ... แม้ต่างคน จะเลือกใช้วิธีการที่ไม่ลงรอย

อาจเป็น ความอาทร ต่อ เพื่อนมนุษย์ ... แม้ต่างคน จะก้าวเดินไปบนเส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบ

 

 "...ถึงคุณจะพูดแบบนั้น แต่ชั้นก็ไม่มีวันเลิกฝันจะเป็นอัยการค่ะ

เพื่อจะพาเจ้าคนสารเลวที่ข่มเหงผู้คนมารับโทษทัณฑ์

ชั้นมีเพียงสิ่งนี้ และเชื่อมั่นได้เพียงสิ่งนี้เท่านั้น

ซึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไร

กับเหตุผลที่คุณมาเป็นนักต้มตุ๋นเลย !!"

 
บทสรุป

ผมเพิ่งจะได้อ่าน Kurosagi ฉบับมังงะมาเพียง 13 ตอนเท่าที่หาสแกนภาษาอังกฤษได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่หลายประเด็นด้วยกัน

ทั้งเรื่องรายละเอียดการป้องกันตัวเองจากกลฉ้อฉล เรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอกกับตัวละครรองอีกสองตัวที่มีการพัฒนาอยู่เป็นระยะๆ และส่งเสริมพล็อตรองว่าด้วย “ความเชื่อใจ” (trust) และ “ความยุติธรรม” (justice) ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ไม่เข้ากัน” กับโลกแห่งการต้มตุ๋นได้อย่างกลมกลืน

โดยประเด็นที่ผมเลือกยกมาเป็นชื่อรีวิวก็คือประเด็นหลัง เพราะสาวสวยใสซื่อย่อมน่าสนใจกว่าตาเฒ่าหน้าบาก เพราะหากพิจารณาแล้ว นี่คือประเด็นที่น่าจะใกล้ตัวของเรามากที่สุด

มีภาษิตกฎหมายบทหนึ่งกล่าวว่า "ยุติธรรมที่ช้าเกินการ ไซร้คืออยุติธรรม"**** และความอยุติธรรมก็คือพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเหล่าร้าย กฎหมายที่ย่อหย่อนจึงเป็นได้เพียงเครื่องมือสะดวกใช้ของเหล่าอาชญากร

กระบวนการเช่นว่าย่อมทำให้คนชั่วลอยนวลและคนดีขาดที่พึ่ง เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักดันให้คนดีๆ กลายเป็นคนร้าย และคนที่เคยทำผิดเพียงเล็กน้อยพากันถลำลึก กลายเป็นมหาโจรที่ก่อความเสียหายแก่สังคมอย่างมหาศาล