Disclaimer: เอนทรี่นี้ โหลดโหด!

ฟื้นฝอย

กลับมาอีกครั้งกับวิชาการมุขศาสตร์ ซีรี่ย์อมตะนิรันดร์กาล (อันเป็น synonym ของคำว่า "ดองเค็มข้ามปี") นะครับ...ยังจำกันได้หรือเปล่านี่

อืม...เอ่อ อ่า...ความเดิมตอนที่แล้ว หลังจากที่ผมได้แบ่งการเล่นมุขออกเป็น 6 ประเภทตามลักษณะกลไกของความขำ และก็พูดถึงตลกสายแรก คือสายปฏิภาณ (Rhetoric) ครบทั้งสองคลาสย่อย อันได้แก่ภาษาปฏิภาณ และตรรกปฏิภาณกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักกับมุขตลกสายล้อเลียน (Parody) กันครับ 

สำหรับผู้ที่เพิ่งลงทะเบียนเรียน หรือลืมของเก่าเพราะเจ้าของบล็อกดองยาว...ก็ขอเชิญกลับไปทบทวนวิชากันได้ที่หน้า SERIES INDEX ได้ตามอัธยาศัยครับ m(_ _)m

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Parody คืออะไร?

ตลกสายล้อเลียนหรือ parody เป็นสายที่เล่นกับกลไกสองอย่างควบคู่กัน อย่างหนึ่งคือความผิดที่ผิดทางของสิ่งที่เราคุ้นเคย ทำให้เกิดความเกินคาด อันเป็นชนวนพื้นฐานของความขำ อย่างที่เราเรียนๆ กันมาแล้วในบทแรก อีกอย่างหนึ่งคือความเหมือนจากการทำเทียมและเลียนแบบ ถ้ายิ่งเหมือนมากก็ยิ่งน่าประหลาดใจจนเกินคาด และสุดท้ายก็นำไปสู่ความขำเช่นเดียวกัน

ดังนั้น การเล่นมุขสายล้อเลียนจึงมีสิ่งที่ต้องใส่ใจอยู่สามข้อ ได้แก่หนึ่ง. ต้องเล่นให้ผิดที่ผิดทาง และสอง. ต้องเล่นให้เหมือนกับสิ่งที่เราต้องการจะล้อเลียน ดังนี้จะเห็นว่าศาสตร์แห่งการเล่นมุขล้อเลียนจะเกี่ยวข้องกับทักษะเชิงปฏิภาณ (ความผิดที่) และทักษะในการแสดง (ความเหมือน) เป็นผลส่งเสริมซึ่งกันและกัน ... ยิ่งผิดที่และยิ่งเหมือนก็จะยิ่งฮาเป็นทวีคูณ

ส่วนข้อควรใส่ใจข้อที่สาม ขออนุญาตยกไปกล่าวถึงท้ายเอนทรีครับ

ด้วยโครงสร้างของมุขสายล้อเลียนที่ต้องการเพียงแค่ความเหมือนและความผิดที่ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเล่าเรื่องหรือพึ่งพาสภาพแวดล้อมอื่นใด (เช่น เพียงคุณเอาดาธ เวเดอร์ ไปโผล่ในหนังเรื่องอื่นแค่สามวิ. คุณก็จะได้มุขล้อเลียนที่ขำระเบิดระเบ้อ โดยไม่ต้องสนใจเลยว่าเขาจะไปโผล่ที่หนังเรื่องไหน) จึงทำให้มุขสายล้อเลียนเป็นตลกที่สามารถตบมุขได้อย่างรวดเร็วที่สุดในบรรดามุขทั้ง 6 สาย

ตัวอย่างของมุขตลกสายล้อเลียน เช่น

1. ละครเลียนแบบ (Mimicry)

การแสดงละครเลียนแบบ มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยอารยธรรมกรีกโน่น โดยนักแสดงจะทำท่าเลียนแบบกันอย่างที่เห็นในรูปด้านล่าง อาจเป็นละครเงียบหรือมีเสียง อาจเป็นเรื่องเป็นราวหรือเป็นแก๊กสั้นๆ อาจล้อเลียนสิ่งที่มีอยู่แล้วหรือล้อเลียนกันเองก็ได้ ส่วนใหญ่แค่เห็นการเลียนแบบที่เหมือนกันมากๆ ผู้ชมก็จะขำออกมาแล้ว ละครเลียนแบบนี้เป็นตัวอย่างชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าความขำของมุข parody นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้กลไกให้ครบทั้งสองชนิดเสมอไป

 

นักแสดงเลียนแบบ (Mime artist) บรรพบุรุษของนักเล่นมุขสายล้อเลียน

 

2. Parodical Fictions

fiction ในความหมายนี้จะหมายความรวมๆ ถึงเรื่องแต่งทั้งหมดโดยไม่จำกัดสื่อ (นิยาย, ละคร, ภาพยนตร์ ฯลฯ) โดยพวกเราน่าจะคุ้นเคยกับเรื่องแต่งล้อเลียนมากกว่ามุขในข้อแรก parodic fiction จะอาศัยความดังของเรื่องแต่งอื่นๆ ที่คนรู้จักกันดีให้เป็นประโยชน์

โดยอาจจะเป็นการล้อเลียนเพียงเรื่องเดียว อย่างเช่นนิยายเรื่อง Barry Trotter

 

  Barry Trotter ซีรี่ย์ล้อเลียน Harry Potter ที่คนเขียนได้รับการสรรเสริญจากเยาวชนชาวอังกฤษมากมาย...ด้วยคำพูดที่ไม่สามารถนำมาออกอากาศได้

 

การแต่งฟิคชันที่จงใจล้อเลียนเพียงเรื่องเดียว มักจะเป็นการเอาโครงเรื่องเดิมมาใส่มุขทำให้ดูตลก หรือเอาชื่อตัวละคร/สถานที่หลักในเรื่องต้นฉบับมาแผลงให้น่าเกลียดๆ หน่อย งานประเภทนี้จึงมักจะขาดความคิดสร้างสรรค์ เล่นง่าย และออกไปทางหยาบโลน จนบางกรณีเจ้าของผลงานต้นฉบับถึงกับทนไม่ได้ ต้องออกมาฟ้องร้องกันเลยทีเดียว

แต่ก็ไม่เป็นจริงเช่นนั้นเสมอไป เพราะ parodical fiction แบบล้อเรื่องเดียวที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ ตัวอย่างก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ระเด่นลันได (ล้อเลียนเรื่อง อิเหนา) อย่างไรล่ะครับ

 
สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋าฯ ~


ถัดจาก parodical fictions ที่ล้อเลียนเรื่องต้นฉบับเพียงเรื่องเดียวแล้ว ต่อไปก็จะเป็นเรื่องที่ล้อเลียนหลายๆ เรื่องพร้อมกัน ภาพยนตร์ในหมวดนี้ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีก็เช่น Shrek และ Scary Movie (ที่ล้อเลียนอนิเมชั่นแนวเทพนิยาย และหนังสยองขวัญหลายๆ เรื่อง)

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดยส่วนใหญ่ ผู้สร้างงานประเภทหลังจะต้องลงแรงใช้ความคิดมากหน่อยในการวางโครงเรื่อง ซึ่งอาจเป็นการตัดต่อพันธุกรรมจาก original หลายๆ งาน หรือไม่ก็วางโครงเรื่องซะใหม่แล้วค่อยแทรกมุข parodical jokes ลงไประหว่างการดำเนินเรื่อง จุดดีของงาน parodical fiction ประเภทนี้คือสามารถจับกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง (ตัวอย่างเช่น เราไม่จำเป็นต้องเคยดูหนังทุกเรื่องที่ Scary Movie นำมาล้อ แต่ก็สามารถฮาไปกับมันได้ แต่เราไม่มีวันทนอ่าน Barry Trotter จนจบได้ถ้าไม่รู้จัก Harry Potter มาก่อน) ส่วนจุดเสียคือ โครงเรื่องประเภทนี้มักจะควบคุมให้เป็นเอกภาพได้ยาก ถ้าผู้สร้างงานมือไม่ถึงก็อาจยัดมุขจนพาเรื่องออกอ่าวออกทะเลไปเลย


3. Practical Parodies

ตลกล้อเลียนประเภทสุดท้ายนี้ใช้เรียกแบบเหมารวมมุขตลกล้อเลียนทุกประเภทที่สามารถแยกได้เป็นมุขๆ โดยไม่จำเป็นต้องต่อกันเป็นเนื้อเรื่องยาวอย่าง parodical fiction หรืออาจกล่าวได้ว่ามีความหมายกว้างกว่า parodical fiction นั่นเอง

ในยุคข้อมูลข่าวสารที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงสื่อได้อย่างอิสระ มุขตลกชนิดนี้ก็ยิ่งได้รับความนิยมเพราะผู้สร้างงานได้รับแรงบันดาลใจที่หลากหลาย ในขณะเดียวกันผู้เสพมุขสายล้อเลียนก็จะมี background ที่กว้างขึ้น และพร้อมที่จะเก็ทมุขสายล้อเลียนมากขึ้นด้วย

ประเภทของมุขพวกนี้มีเยอะมาก แจกแจงกันไม่หวาดไม่ไหว แถมยังมีพวกลูกผสมออกมากันให้ยุ่บยั่บไปหมด ผมจะยกตัวอย่างเท่าที่นึกออก และเท่าที่จะตั้งชื่อให้มันได้แล้วกันนะครับ (อ้าว?)

ซับนรก

คำว่าซับนรก มีที่มาจาก subtitle หรือคำบรรยายภาษาไทยของ DVD เถื่อนราคาแผ่นละไม่ถึงร้อย ที่ผ่านการแปลจากภาษาต้นฉบับมาเป็นภาษาไทยด้วยโปรแกรมแปลเห่ยๆ จนได้ผลผลิตออกมาเป็นซับนรก ซึ่งบรรยายไปคนละทิศคนละทางกับเนื้อเรื่องโดยสิ้นเชิง ... แต่ในความน่าหงุดหงิดนี้ก็ยังมีความขำแฝงอยู่ เพราะบางครั้งการแปลแบบทื่อๆ ก็ทำให้ได้บทแปลที่ฮาอย่างไม่คาดคิด

 

(หนังตำรวจ คู่หูสองคนถูกคนร้ายล้อม หันหลังชนกัน) Don't worry, I've got your back. = ไม่ต้องห่วง ผมเอาหลังคุณ

(LOTR ภาคแรก แกนดาล์ฟเอาแหวนโยนลงกองไฟ แล้วหยิบขึ้นมาให้โฟรโดจับ) Touch it; it is quite cool. = จับดูสิ ข้าว่ามันเจ๋งดีนะ

(เครื่องบินตก) Mayday! Mayday! = วันแรงงาน! วันแรงงาน!

 

ตัวอย่างด้านบนคงเป็นที่คุ้นตาจาก fwd mail ... ผมจำได้ว่าตอนอ่านครั้งแรก ผมฮามุขที่ 2 มากที่สุดละ

ต่อจากนั้นคำว่าซับนรกก็ได้วิวัฒนาการมาเป็นส่วนหนึ่งของมุขสายล้อเลียน โดยเป็นการจงใจทำให้คำแปลหรือคำบรรยายผิดเพี้ยนไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาส่วนอื่นๆ ของงานต้นฉบับ และในปัจจุบันความหมายของซับนรกก็ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของต้นฉบับเลยแม้แต่น้อย และการเล่นซับนรกก็ไม่จำกัดอยู่กับสื่อภาพเคลื่อนไหวอีกต่อไป

 

(อ่านจากขวาไปซ้าย)

 

 

(อ่านจากขวาไปซ้าย )

 

มุขเอวาด้านล่าง เอื้อเฟื้อโดยนาย Kharl ครับ

 

เพลงแปลง
หากจะนิยามซับนรกว่าเป็นการดัดแปลงเนื้อหาของบทบรรยายให้เพี้ยนไปจากเดิม แล้ว...มุขที่จัดอยู่ในหมวดเดียวกับซับนรกยังมีอีกหลายแบบ เช่น dubนรก ซึ่งเป็นลูกผสมของ dubbing (การพากย์ทับ) กับซับนรก (พูดง่ายๆ คือการพากย์ให้เพี้ยนเพื่อความฮา) หรือแม้แต่การแปลงเนื้อเพลงก็อยู่ในข่ายนี้เช่นเดียวกัน
(ชาย) I will seal of your eyes,
Beat you over and over;
All the night you'll be tortured
on my bloody sacrifice.
(หญิง) I feel the pain;
I feel it running through my veins.
Bound in a creepy jail,
The pit of hell
A bunch of nails are here to skewer me~

 

เราจะไม่มีทางรู้ว่าเนื้อเพลงสุดซาดิสม์ข้างบนเป็นมุข...ถ้าผมไม่บอกว่า...ทำนองต้นฉบับของมันคือ A Whole New World (Aladdin's OST) ครับ 

 

Crossover

ครอสโอเวอร์ ไม่เชิงว่าเป็นประเภทของมุขสายล้อเลียน แต่เป็นเทคนิกที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบัน หลักการง่ายๆ ก็คือการเอาองค์ประกอบ (features) จากสิ่งของสองสิ่ง หรือเรื่องสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเข้ามารวมอยู่ในกรอบเดียวกันนั่นเอง ความผิดที่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้เองจึงทำให้เทคนิกนี้มีประสิทธิภาพในการเรียกรอยยิ้มหรือเสียงฮาอย่างมาก และทำให้การสร้างงาน parody เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น เพราะเพียงแค่ไอเดียชั่วแวบ กับภาพเพียงภาพเดียวก็เป็นมุขที่ดีได้แล้ว

 

 

 

 

 

 
 
 

หมายเหตุ: แก๊กด้านบนทั้งหมด ไม่ได้เป็นผลงานของเจ้าของบล็อกแต่อย่างใด m(_ _)m

 

ชื่อผม "วลาดิมีร์ ปูทัน" ก็เป็นมุขครอสโอเวอร์นะเออ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ขอส่งเอนทรี่นี้ด้วยข้อควรใส่ใจสำหรับการเล่นมุขสายล้อเลียนข้อที่ 3 ที่กระผมติดไว้ตั้งแต่ช่วงต้นเอนทรี่ครับ...

Based on True Story!!

 

 

 

 

 
...อย่าลืม Put the right man on the right joke นะครับ
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ปล. อยากจะบอกว่า เอนทรี่นี้... เสียเวลาตรงวาดแก๊กประกอบนี่...สุดๆ แล้ว... -__-;;
 
 
ลป 1. มุข Bleach เป็นมุขล้อหนังเรื่อง 300 น่ะครับ... This is Spartaaaaaa~~
ลป 2. สำหรับคนที่ไม่เก็ทมุขสุดท้าย...Aurora Execution เป็นท่าไม้ตายของเซนต์อะควอเรียส คามิว จากการ์ตูนเรื่องเซนต์เซย่าครับ โดยฉากตอนใช้ท่าไม้ตายจะเป็นแบบนี้...ผมเอาแกลลอนน้ำมาแทนคนโทน่ะ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มุขสุดท้ายโคตรฮา sad smile
หลุดมาจากเซนต์เซย่าจริงๆ

#31 By kahonoii on 2008-09-06 14:37

สุดยอดจริง ๆ คับ เจ๋งมาก ข้อมูลเยี่ยมHot!

#30 By Frankie8 on 2008-07-26 10:40

ชอบมากเลยครับท่านปูทัน อย่าดองบล็อคนานเลยนะครับทั่นตอนนี้ผมเป็นแฟนท่านไปซะแล้ว กำลังใจร้อนอยากอ่านให้ถึงAnti-Comedyด้วยครับHot!
#16 คุณ PastelSalad ผลงานของผม ไม่ใช่แค่ระดับตำนานหรอกครับ...ที่ถูกคือระดับตำน้าน~~นาน ต่างหาก ... ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะจบซีรี่ย์ได้ภายในสิ้นปีนี้หรือเปล่า orz orz sad smile

#27 Kharl เออ จำได้ว่านายเล่นมุขนี้ให้เราฟังตอนปีสองล่ะ เรื่องเครดิตมุขนี่เราจำแม่นนะจะบอกให้ double wink
เข้ามางง...

มุขเอวานั่น...ไอเดียตูรึ? ไม่ม้าง... ^^"

ปล. อุ...ไอ้มุขออโรร่า โพลาริสิคิวชั่นนั่นมัน!!! O.O

Hot!

#27 By Kharl on 2008-07-23 03:06

ไม่เก็ทมุกการ์ตูนทั้งสามอันเลยแฮะ ทั้งการ์ตูนซับนรก กับการ์ตูนส่งท้าย สงสัยจะจะเป็น wrong man sad smile

ให้บอลอีกลูกละกัน Hot!

เออ ว่าแต่ ผู้ชายอีกคนในการ์ตูนส่งท้ายน่ะใครอะ
ผมก็ฮามุขสุดท้ายครับ
คาดไม่ถึงเลยทีเดียว
cry

#25 By Wisor on 2008-07-22 13:59

หลายปีก่อน เคยไปยืนอ่าน Barry Trotter ที่ asia book อยู่ตั้งครึ่งค่อนเล่ม...แหม่...ผมว่าผมไม่ได้ bias อะไรเท่าไหร่นะ...แต่มันไม่สนุกอย่างมหาวินาศจริงๆ....พับผ่าสิ sad smile

ของไทย มีสำนักพิมพ์ ASK media เริ่มพยายามเอานิยายพาโรดี้แปลเข้ามาบ้าง เช่น เทพเพี้ยน เปลี่ยนตำนาน (Myth-o-mania) กับ สงครามเพี้ยน เปลี่ยนจักรวาล (Star Bores)ครับ

เรื่องแรก เอาพวกเทพกรีก อย่างฮาเดส เฮอร์คิวลิส มายำใหญ่ ค้านตำนานกันจะๆ อ่านเอาเพลินได้...ส่วนเรื่องหลัง เอา star wars มาแปลงๆแบบ barry trotter...และแน่นอนครับ ไม่สนุกเลย ="= เสียดายตังค์มากๆ



พวก parodical fiction ที่มีโครงเรื่องหลักเป็นของตัวเอง (...เอ่อ ไม่มีชื่อเฉพาะหรอครับ ^^") ส่วนมากแล้ว อย่าง shrek นี่ ผมก็ดูสนุกดีนะ แต่บางเรื่อง อย่าง scary movie อะไรนี่ คิดว่ามัน"เฉพาะทาง"มากไปหน่อยนา...ถ้าคนดูไม่มีความรู้เรื่องหนังมากๆหน่อย...พอตัดพวกประเด็นล้อเลียนออกไปแล้ว แกนเรื่องที่เหลืออยู่ มันดูไม่สนุกเลยนะครับ

อนิเมพาโรดี้ อย่าง lucky star...ผมดูเวอร์ชันอนิเม มีสีสัน และน่าสนใจกว่าเวอร์ชันคอมิคมากๆ แต่ถ้าจะให้พูดไป ผมว่ามุขขายตัวละครแบบตรงไปตรงมาของคอมิค "เข้าถึง" ง่ายกว่าสารพัดมุขล้อเลียนในอนิเมน่ะนะครับ confused smile




...ออ ตัวอย่าง Espadaaaaaaa โคตรเข้ากับรูปเลย open-mounthed smile

ให้ Hot! หนึ่งดวง กับมุขสุดท้าย ที่ฮาน้ำตาเล็ดครับ question เสียดาย ไม่ได้อยู่ด้วย...ถ้าครบสามคน จะไปแจม เล่นท่าอาเธน่า เอ็กซ์คลาเมชั่นซะหน่อย double wink

#24 By Zieghart on 2008-07-21 19:26

ขอบคุณค่ะ อ่านสนุกดีค่ะเอนทรี่นี้

big smile



Hot! Hot! Hot!

#23 By Mrs. Holmes on 2008-07-21 18:11

การ์ตูนสุดท้ายตอยประกอบตลกดีครับ
ตลกแบบ Crossover เนี่ยเห็นบ่อยเนอะ
บางทีดูแล้วก็ขำดี

big smile
แต่ไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอย่างนี้
ทำไมคอมเมนต์ข้าเจ้าจึงกลายเป็นของคนอื่นได้หว่า.....

#20 By ArchmaniaC on 2008-07-21 10:50

โอ่ว....ชอบบบบบ

#19 By --€ v ï L—P-- on 2008-07-21 10:48

ไอ้มุขสุดท้ายนั่นมัน...........
น้ำแร่สินะ =w="

ไม่เก็ทอ่ะ...


sad smile


ว่าแต่ เพิ่งได้อ่านผลงานคุณปูทันนี่แหละครับ ได้ยินแต่เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใด พี่เอยมามาก ว่าเป็นระดับตำนาน โอ สมกับตำนานจริงๆ ครับ fav เลย (fav นะไม่ใช่ fab)

ว่าแต่ซีรีส์นี้ เมื่อไหร่จะรวมเล่มจัดพิมพ์ขอ ผศ. ล่ะครับเนี่ย

#16 By PastelSalad on 2008-07-20 22:44

ช่างกล้า!!
มุขสุดท้ายช่างกล้าเอาออกมาเล่นนอกสถานที่ sad smile

#15 By Red on 2008-07-20 22:32

อยากจะบอกว่า มุกสุดท้ายฮามากๆๆ Hot!
ถ้าใครอ่านเซนต์เซย่ามา คงจะเก๊ทไม่ยากคับopen-mounthed smile

#14 By seaugpor on 2008-07-20 22:11

ผมไม่เก็ทมุขสุดท้ายเหมือนกัน TAT
ไอ้มุขสุดท้าย นี่


ตายในหน้าที่... จริงๆไปแล้วซินะ... sad smile

#12 By gomora on 2008-07-20 21:45


ชอบยมทูตลุคในชุดของไซ อย่างฮา

#11 By देवता on 2008-07-20 21:10

เมย์เดย์ๆ >.<!!!
สุดยอดดด

Hot!

#10 By AelitaX on 2008-07-20 20:56

โอ้ สุดยอครับ เป็นคำอธิบายที่เป็นวิชาการจริงๆHot!

"Put the right man on the right joke" เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย

#9 By tamanxzg on 2008-07-20 20:54

มุกสุดท้าย ฮาสะใจแฟนเซนต์เซย์ย่าHot!

#8 By Eddy on 2008-07-20 20:22

ก๊ากกกกกกกกกกกกกก
เพื่อนๆที่ไปค่ายด้วยกันเขาเกิดไม่ทันเซนต์เซย่าสินะ ฮาๆๆ
(อย่างน้อยก็ยังจับคู่กับคนถูกนะ)
วาดแอคชั่นตอนประกอบท่าซะเท่เชียวนะ sad smile

ีเพลงอลาดินนี่ไม่ได้เห็นตั้งนาน
Mayday! Mayday! = วันแรงงาน! วันแรงงาน!
อันนี้ก็เพิ่งเคยเจอ กร้ากก

#7 By mikan on 2008-07-20 20:14

สุดยอดมากcry Hot! Hot!

แต่ไม่เกทมุขสุดท้ายsad smile
ฮากับมุกสุดท้ายนี่แหละครับ confused smile

ป.ล.มุก bleach นี่ผมไม่เก็ตอะครับ ช่วยย่อยมุกให้ผมทีembarrassed

#5 By UnknowPerson on 2008-07-20 19:09

กร๊ากกกก ออโรร่าเอ็กซ์คิวชั่น!! Hot! เอาใจไปเลยค่ะ >[]<''
Aurora Execution!!!
สุดยอดครับ open-mounthed smile Hot!
มุกสุดท้ายนี่อย่างฮาครับ confused smile Hot!

#2 By SkyKiD on 2008-07-20 18:16

สุดยอดอีกแล้วครับ Hot!
ไม่เคยทำให้ผิดหวัง!