Fundamentals of Comedy Engineering, Chapter1: Basic Mechanisms of Jokes (Part 2)

 

 

มาต่อกันด้วยกลไกพื้นฐานลำดับสอง comic (อาการขัน) ครับ

 
ทบทวนนิยามของอาการขันกันนิดนึง อาการขันคือความขำที่เกิดจากการกระทำที่ขาด-เกิน หรือผิดไปจากปกติในสถานการณ์ซึ่งเป็นท้องเรื่องของมุข จังหวะมุขโดยทั่วไปก็มักจะเกริ่นด้วยสถานการณ์ที่เป็นเรื่องปกติ หรือปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งให้ตัวเอกของเรื่องแก้ไข (กลไกของ
comic จึงเป็นกลไกเพียงอย่างเดียวที่ขาด ตัวเอก ของมุขไม่ได้) แล้วตบมุขด้วยการกระทำหรือคำพูดที่เหนือคาดคิดสำหรับผู้ชม ซึ่งความขำของมุขก็จะแปรผันตามความต่างระหว่างการกระทำที่ผู้ชมคาดหวัง กับการกระทำของตัวเอก

“อ่ะ หนูหน่อยอุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้านป้า ป้าจะเอาส้มให้เป็นรางวัลนะ”

(หน่อยรับส้มจากป้ามาหนึ่งลูกแล้วมองตาแป๋ว /แม่เดินเข้าฉาก)

“ลูกหน่อยจ๊ะ รับของจากผู้ใหญ่แล้ว ต้องพูดว่าอะไรเอ่ย?”

“...คุณ-ป้า-คะ...

...ช่วยปอกส้มให้หนูด้วย



คำสำคัญของอาการขันได้แก่
ฉันเป็นเด็ก เนื่องจากอาการขันนั้น มีรากมาจากพฤติกรรมและคำพูดที่ซื่อ (บื้อ), ซุ่มซ่าม, ผิดพลาดบ่อย, คาดเดาไม่ได้ ของเหล่าเด็กๆ ที่ยังขาดความสามารถในการควบคุมตัวเอง

 
บรรพบุรุษของนักแสดงมุขตลก
comic ก็คือ:



ตัวตลก (clown) นักแสดงคู่บุญของคณะละครสัตว์ ผู้นี้~นี่เอง~


กริยาแสนงุ่มง่าม เดินชนเสา สะดุดหกล้ม โยนของแล้วหล่น ปีนเชือกแล้วตก เล่นกลพลาดแล้วพลาดอีกจนเผยไต๋ตัวเองซะเกลี้ยง แถมยิ่งจะมั่วซั่วขึ้นทุกครั้งที่ขอแก้ตัว เหล่านี้นี่เองที่เป็นบ่อเกิดแห่งความโมเอะ...เอ๊ย! เสียงฮาจากอาการขัน

 
อาการขันอาจไม่จำกัดอยู่แค่การเล่นละครใบ้ หรือตัวแสดงที่เป็นเด็กเสมอไป บางครั้งมุขที่เล่นกับความซื่อบื้อชนิดหลุดโลกก็อาจจัดอยู่ในหมวดนี้ได้เช่นกัน


“เฮ้~~~ไอ้สมชายเพื่อนยากกกกกก!!!”

“หือ...?”

“โคตรคิดถึงเลยว่ะ! ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี...นี่แกเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ...ดูแกสิ...เดี๋ยวนี้แกใส่แว่นซะหนายังกะก้นขวด หน้าดำ หัวล้าน พุงก็พลุ้ย ฟันหลออีก ...แล้วยังแต่งตัวโทรมๆ ไม่เหลือสภาพเสือผู้หญิงสุดหล่อเมื่อสมัยโน้นเลยนี่หว่า...”

“เอ่อ...ผมชื่อนพคุณครับ ไม่ใช่สมชาย”

...

...

...นี่แกเปลี่ยนชื่อด้วยเรอะ ไอ้สมชาย?”

 

จากการวิเคราะห์ด้วยโมเดลสภาพจิตของฟรอยด์ กลไกของอาการขันคือการฉายภาพลักษณ์ (projection) ความเป็นเด็กของตัวละครสู่จิตใจของคนรับมุข และอาการขำที่เกิดขึ้น คือการหัวเราะให้กับความเป็นเด็กในตัวของผู้รับมุขเอง การขำแบบนี้ถือเป็นการ ออกกำลัง ของสภาพจิตระดับศีลธรรม/ภาพลักษณ์ของผู้ปกครองหรือ superego (ที่ทำหน้าที่จับผิดการกระทำของสัมปชัญญะหรือ ego) โดยไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกผิดหรืออับอายเหมือนกับกระบวนการทำงานของซูเปอร์อีโกตามปกติ สรุปคือ อาการขัน เป็นกลไกที่ทำงานกับจิตส่วน superego นั่นเอง

 

พบกันใหม่คราวหน้า กับกลไกพื้นฐานส่วนสุดท้าย... Wit (คารมขัน) ครับผม m(_ _)m




reference: wiki/joke, wiki/clown

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เอามุขตลกมาผสมกับวิชาการได้เยี่ยม!
\\ ลงทะเบียนอีกคนค้าบ ^^

รอภาคต่อไปอย่างจดจ่อ !!

#2 By มโนมัย (58.181.137.130) on 2007-09-04 09:13

แล้วสุดท้ายมันจะจบที่ "อารมณ์ดี"

ตอบโต้ คุณอธิบายได้ละเอียดจริงๆน่ะครับ อย่างคุณว่ามันก็ถูกน่ะ
จริงแล้วเงินไม่ได้หายไปไหน
ผมว่าที่จริง ก๋วยเตี๋ยว ราคา 14.33333 บาท

ไม่ใช่ 14 บาท ครับ เหมือนที่โจทย์ว่า
อุ้ยเจอคุณหมีแพนด้าพอดิบพอดี มาพูดเรื่อง 1บาทถึงที่นี่..กำลังขำๆ กลับเครียดอีกแล้วง่ะ คิดเท่าไรคิดไม่อกกสักที ตกลงเงินหายหรือไม่หายคะ..ปวดใจคะ..ไม่ใช่ไม่ใช่ ปวดหัวคะ .อิอิ

#4 By MayaKniGht on 2007-09-05 18:50

เข้ามาเยี่ยมเยียน หลังจากที่ตัวเองหายหน้าหายตาไปนาน

อ่านซีรีย์บทความนี้อย่างตั้งใจแล้ว ทำให้รู้สึกเข้าใกล้ "แก่นแท้" ไปอีกหลายก้าวทีเดียวเชียว

ผมคิดเช่นกันว่า หัวใจของการเล่นมุข อยู่ที่การป่วนกระแสของฝั่งตรงข้ามครับ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ โครงสร้าง หรือระบบของความคิด...อารมณ์เหมือนวรยุทธจีน ที่ต้องป่วนลมหายใจฝั่งตรงข้ามให้ด่าวดิ้น !!

จะรออ่านต่อจ้า



ปล. เพื่อไม่ให้ฟังดูช้าเกินไป...ต้องขอบอกว่า...ยินดีด้วย กับ 10,000 (กว่า) Hits นะครับผม

#5 By Zieghart on 2007-09-05 19:40

อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดีแฮะฮับ
นึกไม่ถึงว่ามุขตลก ยังสามารถแบ่งแยกเป็นอะไรได้ขนาดนี้

#6 By DDP on 2007-09-06 01:37

จริงๆแล้วเราว่านายก็หมกมุ่นกับเรื่องมุกเอามากๆเลยนะนี่นะ ฮ่าๆๆๆๆ
เออ เราอ่านแล้วก็ก๊ากดี อืม ตรงนายสมชาย เหมือนโดนหลอกด่ายังไงพิกล

ตรงกระบวนการจิตวิทยาเราอ่านแล้วมึนตึ้บเล็กๆ
วิเคราะห์ลึกจริงเฟ้ย ไว้ให้สมองเราพักฟื้นแล้วจะมาพยายามทำความเข้าใจใหม่

รออ่านตอนต่อไปเน้อ!!

#7 By mikan on 2007-09-06 05:15

ง่า... สงสัยผมสมองตึบอย่างหนัก
แยก humor กับ comic ไม่ออก T_T

แต่อ่านไปแล้วก็ตลกดีเนอะ ^^

#9 By neizod (203.154.52.246) on 2007-10-23 16:58

แจ่มคับท่านopen-mounthed smile Hot!

#10 By seaugpor on 2008-07-20 21:39