0038 Now and Then, Here and There: สุดเวิ้งจักรวาล ข้ามกาลนับกัปกัลป์ มนุษย์ยังคงโง่เขลา...ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
posted on 26 Jul 2007 00:38 by stellargazer in Manga-Anime
เรื่องย่อ
(ไม่สปอยล์):
ชู
เด็กหนุ่มวัยมัธยมต้นธรรมดาๆ นิสัยเลือดร้อน มุทะลุและซื่อตรง
อยู่ชมรมเคนโดแต่ฝีมือก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร ได้พบกับลาล่า-รู เด็กสาวลึกลับผู้ถูกทหารจากต่างมิติตามล่า
ชูพยายามช่วยเหลือลาล่า-รู แต่ไม่สำเร็จ และถูกพาข้ามมิติโดยอุบัติเหตุไปยังโลกอีกใบ
ณ เวลาและสถานที่ซึ่งห่างไกลจากปัจจุบันมาก
โลกของลาล่า-รูนั้นแห้งแล้งเต็มไปด้วยทะเลทราย
มีสัตว์แปลกๆ และเครื่องจักรที่ไม่คุ้นเคย อยู่เต็มไปหมด
แม้ต่างเวลาและสถานที่
สิ่งเดียวที่พอจะทำให้เชื่อได้ว่า โลกของชู และของลาล่า-รู อาจเป็นโลกใบเดียวกัน
คือ “สงคราม”
ชูถูกกักตัวไว้ในฐานะเชลยของเฮลลีวูด
ปราการสู้รบขนาดยักษ์ของจอมพลฮามุโด ผู้ทำสงครามหมายจะครอบครองโลก (ซับอังกฤษเรียกว่า King Hamdo ส่วนเสียงภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า
“ท่านฮามุโด” อย่างไรก็ตาม
จากฐานะของเขาแล้วผมคิดว่า “จอมพล”
น่าจะเหมาะสมกว่าครับ)
ที่เฮลลีวูด
ชูได้พบกับเรื่องราวและผู้คนมากมาย ทั้งจอมพลวิกลจริตฮามุโด,
นายพลหญิงอเบเลียผู้เด็ดเดี่ยวและภักดียิ่งชีพ, ปริศนาของลาล่า-รู, ซาร่า เชลยเด็กสาวผู้มีหน้าตาคล้ายลาล่า-รู,
นาบุกะและบู ทหารรุ่นเยาว์แห่งจักรวรรดิเฮลลีวูดผู้เป็นทั้งศัตรูและมิตร ฯลฯ
สงครามทวีความบ้าคลั่ง
โลกอาจล่มสลายเพียงชั่วข้ามคืน ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้
สิ่งที่ชูมุ่งหวังมีเพียงแค่การช่วยลาล่า-รู และกลับไปยังโลกของตัวเอง ...
รีวิวทั่วไป
(ไม่สปอยล์):
ก่อนอื่น ใครว่าเรื่องย่อที่ผมเขียนไว้ข้างบนมัน
“ธรรมดา” บ้าง? ...ขอให้ยกมือขึ้น (‘ ‘)/
อีกสิ่งสำคัญที่ทำให้อนิเมเรื่องนี้
“แตกต่าง” จากเรื่องอื่นนั่นคือ เป็นอนิเมเนื้อหาหนักอึ้งที่ไม่มีการใส่ปัจจัยทางการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ชมเลยแม้แต่น้อย
ใน 3-4 ตอนแรกของซีรี่ย์ บอกตามตรงว่าผมออกจะรำคาญ
ชู ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องอยู่บ้าง เพราะเด็กคนนี้มองโลกง่ายเกินไป คิดตื้นเกินไป
และวู่วามโวยวายเกินไปจนวอนตายเปล่าเอาก็หลายครั้ง
เรียกว่าไม่เก่งแถมยังฉลาดน้อยซะอีก (นึกภาพนารุโตะที่ใช้วิชานินจาไม่เป็นไว้ครับ
... คล้ายๆ กัน) จนผมไม่รู้ว่าเขาจะเอาความมุทะลุโง่ๆ
นั่นไปสู้รบกับทหารทั้งกองทัพได้อย่างไร
..
...
....
ซึ่งก็ไม่มี ... ผมเองที่คิดมากไป -_-“
แน่นอน...ทุกคน ณ
ที่ตรงนั้นย่อมมองว่า ชู เป็นแค่คนบ้า
...
ใครกันแน่ที่บ้า?
ท่ามกลางการต่อสู้
มีมนุษย์น้อยคนนักที่จะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้
แต่ที่ยากยิ่งกว่านั้นคือการรักษาจุดยืนของตัวเอง
หากเราเลือกที่จะฉลาดเอาตัวรอด
หรือโอนอ่อนไปตามสถานการณ์เพื่อรอตั้งหลัก นานวันเข้าเราอาจเสียจุดยืนของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนอย่างนาบุกะ
และสุดท้ายความเป็นมนุษย์ของเราก็จะหลุดลอยไปกับวังวนแห่งความรุนแรง
นาบุกะเป็นเด็กฉลาด
ไหวพริบเป็นเลิศ ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าวัย และเป็นขั้วตรงข้ามกับชู เขาเลือกที่จะเป็นทหาร
ปฏิเสธมโนธรรมของตัวเอง ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สงครามยุติโดยเร็ว และได้รับการปล่อยตัวกลับไปยังหมู่บ้าน
... ที่ที่เขาเกิดและเติบโตก่อนจะถูกกวาดต้อนเป็นเชลยมายังเฮลลีวูด
ชูมาถึงเฮลลีวูดก่อนที่นาบุกะจะต้องออกไปทำภารกิจจริงครั้งแรกไม่นานนัก
ผลจากการต่อสู้กับชู และการปฏิบัติภารกิจนั้น ทำให้นาบุกะเริ่มตั้งคำถามให้กับทางเลือกของตัวเอง
...
เราเป็นอะไรไปแล้ว?
เมื่อใดมนุษย์ก่อสงคราม
ธรรมชาติย่อมถูกเผาผลาญ ... ธรรมชาติ ผู้ไม่เคยมีปากเสียงแต่มีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นั้น
ถูกเหยียบย่ำจนบอบช้ำขนาดไหนแล้ว ไม่มีใครตอบได้
ลาล่า-รู เด็กสาวผู้มีพลังพิเศษในการสร้างน้ำ
เป็นตัวแทนแห่งธรรมชาติตามเนื้อเรื่อง ด้วยรูปลักษณ์ของเด็กสาวผู้เงียบขรึม
นัยน์ตาสีฟ้าที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ความสามารถสุดพิเศษนี้เอง ที่ทำให้ผู้มีอำนาจทุกคนในโลกแห่งทะเลทราย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮามุโด ต่างต้องการตัวเธอ
ลาล่า-รู
สามารถสร้างน้ำได้ครั้งละปริมาณมาก แต่ทุกครั้งที่เธอสร้างน้ำ
ร่างกายของเธอก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ลาล่า-รู รู้ดีว่าหากยังทำต่อไป
เธอจะหายไปจากโลกนี้ในที่สุด
ไม่มีใครเคยสนใจความเป็นความตายของลาล่า-รู
เพราะมนุษย์ทุกผู้ที่เธอเคยพบ ล้วนเห็นเธอเป็นเพียง “ทรัพยากร”
ที่ไม่มีชีวิตจิตใจ เธอออกเดินทางเร่ร่อน ถูกกักขัง ข่มขู่ และทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้เธอยอมใช้ความสามารถที่จะบั่นทอนชีวิตของตัวเอง
บ่อยครั้งที่ตัวเธอกลายเป็นชนวนของสงคราม
มนุษย์ เข่นฆ่ากันเพื่อชิงทรัพยากร
มนุษย์ ทำลายทรัพยากรเพื่อจะเข่นฆ่ากัน
ชีวิตของลาล่า-รู
มีไว้เพื่อถูกตักตวงช่วงใช้ และแย่งชิงราวกับสิ่งของ
...เขาเห็นอะไร?
อยากเขียนแนะนำตัวละครมากกว่านี้
แต่ก็กลัวจะสปอยล์เกินไปครับ จบดีกว่านะ
- เนื้อเรื่องกระชับมาก
- คนเขียนบท “ใจถึง” และ “เฉียบขาด” สุดๆ โดยเฉพาะในช่วง 3 ตอนสุดท้าย
- มีสัญลักษณ์ (symbolic) ให้ตีความพอสมควร
แต่ถึงแม้ไม่ชอบตีความก็ยังดูได้โดยไม่เสียอรรถรส
- ระดับความรุนแรงของภาพอาจสูงกว่าละครหลังข่าวนิดเดียว
แต่ใช้ความรุนแรงเท่าที่แสดงออก สื่ออารมณ์และไล่ต้อนกดดันผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สื่อสารตรงวัตถุประสงค์ 100% เพราะดูแล้วเกลียดสงครามสุดๆ
ความรู้สึกหลังดูจบจะเป็นติดลบ และติดลบ ไม่มีความประทับใจด้านบวก อย่าง “ตัวละครตัวนั้น...น่าร้ากกก” หรือ “หุ่นตัวนั้นโคตรเท่อ่ะ อยากขับมั่ง” แม้แต่น้อย
- เพลง Main Theme สุดยอด!
- Finale (ฉากสรุปเรื่อง)
สุดยอด!
ยอมเป็นหน้าม้าให้เรื่องนี้
และเป็นรีวิวอนิเมเรื่องแรกที่ผมแปะไว้ตรง Recommended
Section ครับ \TTwTT/
ข้อเสีย:
- ดูแล้วเครียดแทบอ้วก ไม่เหมาะกับผู้มีจิตใจอ่อนไหว เด็กและสตรีมีครรภ์ (ไม่ได้โม้)
- รายละเอียดของเครื่องจักรต่างๆ มีน้อย บางส่วนไม่สมจริง ขาด background ทางวิทยาศาสตร์ จึงอาจทำให้คอไซไฟหงุดหงิดได้
- ชื่อของ King Hamdo ในซับอังกฤษ
ทำผมขำจนหลุดฟีลไปบ้าง อุอุ...
ลป: ใครสนใจอนิเมแนวใกล้เคียงกันนี้
ลองหาเรื่องพวกนี้มาดูได้ครับ
- Gunslinger
Girls: อนิเมเกี่ยวกับ child abuse
เช่นกันครับ หนักใช้ได้ทีเดียว ถึงจะไม่เชิงสงครามแต่ก็ใกล้เคียงกัน
เรื่องนี้โดยรวมดีหมด เล่าได้เนิบๆ ไม่จงใจคั้นอารมณ์เกินไป แต่ดันมาแผ่วปลายซะนี่
ไว้มีเวลาคงได้เขียนถึงครับ
- Saikano: เรื่องนี้ผมทนดูไม่จบเพราะรำคาญพระเอก-นางเอกล้วนๆ เลยครับ -_-“ (เป็นอคติส่วนตัวห้ามเลียนแบบ) แต่ก็เป็นอีกเรื่องเกี่ยวกับสงครามและทหารเด็กที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในจำนวนเรื่องที่ผมพูดมาทั้งหมด เพราะงั้นมันน่าจะมีอะไรดีที่ผมมองข้ามไปบ้างแหละน่า ...
อ๋า~~~~ สามเอนทรี่สุดท้ายมานี่ ผมทำเอาบล็อกตัวเองมืดมนลงเยอะเลยแฮะ -_-;
edit @ 2007/07/27 06:44:21

แต่ตอนนี้น่าจะตกไปหน้าหลังๆ แล้วละมั้ง?
นอกจากเอาตัวละครมา ตะโกนแข่งกันให้หยวกหู และน่ารำคาญ
เคยดูเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ รู้แค่ว่ามันโคตรเครียดและหดหู่ค่ะ
จนเมื่อเร็วๆนี้อยู่ดีก็มานั่งคิดถึงมัน อยากดูอีกครั้งจังค่ะ
ส่วนเรื่อง grave of the fireflies นี่ดูมาหลายรอบก็ร้องไห้ทุกรอบเลย เห็นด้วยว่าเล่นประเด็นง่ายกว่า เครียดกว่า
พอจบเรื่อง มีความรู้สึกนึแว่บขึ้นมาค่ะ
อยากกินแตงโมจัง มันต้องอร่อยมากแน่ๆ(ทั้งๆที่ปกติก็กินออกบ่อย ติดเบื่อด้วยซ้ำ)
#1 By Lover Boy on 2007-07-26 00:52