เรื่องย่อ:

ชู เด็กหนุ่มวัยมัธยมต้นธรรมดาๆ นิสัยเลือดร้อน มุทะลุและซื่อตรง อยู่ชมรมเคนโดแต่ฝีมือก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร ได้พบกับลาล่า-รู เด็กสาวลึกลับผู้ถูกทหารจากต่างมิติตามล่า ชูพยายามช่วยเหลือลาล่า-รู แต่ไม่สำเร็จ และถูกพาข้ามมิติโดยอุบัติเหตุไปยังโลกอีกใบ ณ เวลาและสถานที่ซึ่งห่างไกลจากปัจจุบันมาก

โลกของลาล่า-รูนั้นแห้งแล้งเต็มไปด้วยทะเลทราย มีสัตว์แปลกๆ และเครื่องจักรที่ไม่คุ้นเคย อยู่เต็มไปหมด

แม้ต่างเวลาและสถานที่ สิ่งเดียวที่พอจะทำให้เชื่อได้ว่า โลกของชู และของลาล่า-รู อาจเป็นโลกใบเดียวกัน คือ สงคราม

ชูถูกกักตัวไว้ในฐานะเชลยของเฮลลีวูด ปราการสู้รบขนาดยักษ์ของจอมพลฮามุโด ผู้ทำสงครามหมายจะครอบครองโลก (ซับอังกฤษเรียกว่า King Hamdo ส่วนเสียงภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ท่านฮามุโด อย่างไรก็ตาม จากฐานะของเขาแล้วผมคิดว่า จอมพล น่าจะเหมาะสมกว่าครับ)

ที่เฮลลีวูด ชูได้พบกับเรื่องราวและผู้คนมากมาย ทั้งจอมพลวิกลจริตฮามุโด, นายพลหญิงอเบเลียผู้เด็ดเดี่ยวและภักดียิ่งชีพ, ปริศนาของลาล่า-รู, ซาร่า เชลยเด็กสาวผู้มีหน้าตาคล้ายลาล่า-รู, นาบุกะและบู ทหารรุ่นเยาว์แห่งจักรวรรดิเฮลลีวูดผู้เป็นทั้งศัตรูและมิตร ฯลฯ

สงครามทวีความบ้าคลั่ง โลกอาจล่มสลายเพียงชั่วข้ามคืน ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้ สิ่งที่ชูมุ่งหวังมีเพียงแค่การช่วยลาล่า-รู และกลับไปยังโลกของตัวเอง ...

 
 

รีวิวทั่วไป (ไม่สปอยล์)

 
ก่อนอื่น ใครว่าเรื่องย่อที่ผมเขียนไว้ข้างบนมัน
ธรรมดา บ้าง? ...ขอให้ยกมือขึ้น (' ')/

อย่างน้อยผมก็เห็นด้วยคนนึงล่ะ ฮา ... ถ้านับเฉพาะเรื่องย่อที่ผมพยายามหั่นสปอยล์ออกจนเกือบหมดแล้ว เรื่อง Now and Then, Here and There นี้จัดว่าเป็นอนิเมชั่นซีรี่ย์ที่มีโครงเรื่องไม่ซับซ้อนสมกับความยาวเพียง 13 ตอนจบ ซึ่งหากอ่านเผินๆ ก็จะเป็นเรื่องสูตร หนุ่มน้อยผจญภัยในต่างโลก ซึ่งพบเห็นกันได้ทั่วไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้อนิเมเรื่องนี้โดดเด่นในความเรียบง่ายนั่นคือ การเลือกเล่นกับประเด็นของสงครามเพียงประเด็นเดียวได้แบบสุดสุด

ประเด็นที่ผมว่าคือ สงครามและการทารุณกรรมเด็ก นั่นเองครับ

สงครามในเรื่องนั้นถูกถ่ายทอดผ่านสายตาของเด็กอย่างแท้จริง ทั้งในฐานะผู้กระทำและถูกกระทำ ทั้งความคิดและความรู้สึก การเติบโตทางบุคลิกภาพของเด็กในช่วงสงคราม ทุกสิ่งทุกอย่าง ผ่านทางตัวละครหลักที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กถึงเด็กวัยรุ่นตอนต้น แม้แต่ภาพที่ปรากฏก็ยังมีความรุนแรงต่ำจนผมคิดว่าสามารถนำมาฉายให้เด็กวัยรุ่นตอนต้นดูได้ หากปิดเสียงและคำบรรยายเอาไว้ (จะทำไปเพรื่อ?) แต่เนื้อหาจริงๆ ของเรื่องน่าจะเหมาะกับกลุ่มอายุ 17+ ขึ้นไปเป็นอย่างน้อยครับ

มาว่ากันเรื่ององค์ประกอบพื้นฐาน ด้านงานอนิเมชันอยู่ในระดับพอใช้ไม่ขัดลูกตา แม้ภาพจะดูเก่าไปสักหน่อย (เรื่องนี้เป็นอนิเมกลางเก่ากลางใหม่ ฉายปี 1999 ครับ) เสียงพากย์อยู่ในระดับดี ดนตรี (โดยเฉพาะ Main Theme) ถือว่าไพเราะและสื่ออารมณ์ได้ดีมาก สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือการกำกับและตัดต่อครับ จังหวะการเดินเรื่องของ Now and Then นั้นกระชับ เล่าเรื่องด้วยเสียงเรียบเฉยตรงไปตรงมา ไม่จงใจดึงอารมณ์จนล้น สามารถคุมทุกอย่างให้ลงตัวได้ใน 13 ตอน โดยแจกจ่ายบทสรุปให้แก่ตัวละครทุกตัวได้โดยไม่ตกหล่น และยังขมวดเรื่องได้อย่างน่าดูชมในช่วง 3 ตอนสุดท้ายอีกด้วย ตลอดเรื่องมีการเล่นมุมกล้องอย่างมีนัยยะ และการใช้สัญลักษณ์สื่อความโดยนัยอยู่พอประมาณ เรียกได้ว่าแทบไม่มีฉากเสียเปล่าออกมาให้เห็นเลย

อีกสิ่งสำคัญที่ทำให้อนิเมเรื่องนี้ แตกต่าง จากเรื่องอื่นนั่นคือ เป็นอนิเมเนื้อหาหนักอึ้งที่ไม่มีการใส่ปัจจัยทางการตลาดเพื่อดึงดูดผู้ชมเลยแม้แต่น้อย

แม้จะไม่มีกลิ่นอายของผงชูรสอย่าง บอยแบนด์ ฮาเรม หนุ่มสวย โมเอะ เซอร์วิส เมคานิก คอสตูม ฯลฯ อยู่เลย แต่นั่นก็มากเกินพอที่จะทำให้อนิเมเรื่องนี้เป็นอนิเมต่อต้านสงครามที่ยอดเยี่ยมที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

แม้แต่มุขตลกก็ช่างหายาก...แถมยังขำแห้งๆ อะแหะ...อะแหะ...ชวนให้ห่อเหี่ยวซะไม่มี
 


SPOILER ALERT: บทความต่อจากนี้ มีการเปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญเล็กน้อย
 


 

ชู (ความหวัง)

ใน 3-4 ตอนแรกของซีรี่ย์ บอกตามตรงว่าผมออกจะรำคาญ ชู ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องอยู่บ้าง เพราะเด็กคนนี้มองโลกง่ายเกินไป คิดตื้นเกินไป และวู่วามโวยวายเกินไปจนวอนตายเปล่าเอาก็หลายครั้ง เรียกว่าไม่เก่งแถมยังฉลาดน้อยซะอีก (นึกภาพนารุโตะที่ใช้วิชานินจาไม่เป็นไว้ครับ ... คล้ายๆ กัน) จนผมไม่รู้ว่าเขาจะเอาความมุทะลุโง่ๆ นั่นไปสู้รบกับทหารทั้งกองทัพได้อย่างไร

ผมก็เดาเอาว่า คงต้องมีเหตุการณ์พลิกผัน ทำให้นายคนนี้เติบโตและรู้จักคิดขึ้นซะบ้าง

.

..

...

....

ซึ่งก็ไม่มี ... ผมเองที่คิดมากไป -_-"

เป็นความคิดตื้นๆ แต่ซื่อบริสุทธิ์ของชูนั้นเอง ที่ช่วยให้เขาสามารถรักษาจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ ให้รอดพ้นจากเชื้อของความบ้าคลั่งแห่งกลียุค การที่เขาไม่เข้าใจเหตุผลของทหาร ไม่ใช่เป็นเพราะเขาโง่ แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่อาจยอมรับความเหี้ยมโหดของสงครามได้ต่างหาก การประท้วงความรุนแรงแม้เพียงเล็กน้อยตั้งแต่ตอนต้นเรื่องนั้น จึงเป็นสิ่งยืนยันมโนธรรมอันหนักแน่นของชู ท่ามกลางผู้คนนับร้อยนับพันที่เห็นการฆ่าฟันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปเสียแล้ว

แน่นอน...ทุกคน ณ ที่ตรงนั้นย่อมมองว่า ชู เป็นแค่คนบ้า

... ใครกันแน่ที่บ้า?

 

นาบุกะ (เหตุผล)

ท่ามกลางการต่อสู้ มีมนุษย์น้อยคนนักที่จะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้ แต่ที่ยากยิ่งกว่านั้นคือการรักษาจุดยืนของตัวเอง

หากเราเลือกที่จะฉลาดเอาตัวรอด หรือโอนอ่อนไปตามสถานการณ์เพื่อรอตั้งหลัก นานวันเข้าเราอาจเสียจุดยืนของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนอย่างนาบุกะ และสุดท้ายความเป็นมนุษย์ของเราก็จะหลุดลอยไปกับวังวนแห่งความรุนแรง

นาบุกะเป็นเด็กฉลาด ไหวพริบเป็นเลิศ ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าวัย และเป็นขั้วตรงข้ามกับชู เขาเลือกที่จะเป็นทหาร ปฏิเสธมโนธรรมของตัวเอง ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อให้สงครามยุติโดยเร็ว และได้รับการปล่อยตัวกลับไปยังหมู่บ้าน ... ที่ที่เขาเกิดและเติบโตก่อนจะถูกกวาดต้อนเป็นเชลยมายังเฮลลีวูด

ชูมาถึงเฮลลีวูดก่อนที่นาบุกะจะต้องออกไปทำภารกิจจริงครั้งแรกไม่นานนัก ผลจากการต่อสู้กับชู และการปฏิบัติภารกิจนั้น ทำให้นาบุกะเริ่มตั้งคำถามให้กับทางเลือกของตัวเอง

... เราเป็นอะไรไปแล้ว?

 

ลาล่า-รู (ธรรมชาติ) 

เมื่อใดมนุษย์ก่อสงคราม ธรรมชาติย่อมถูกเผาผลาญ ... ธรรมชาติ ผู้ไม่เคยมีปากเสียงแต่มีพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นั้น ถูกย่ำยีจนบอบช้ำขนาดไหนแล้ว ไม่มีใครตอบได้

ลาล่า-รู เด็กสาวผู้มีพลังพิเศษในการสร้างน้ำ เป็นตัวแทนแห่งธรรมชาติตามเนื้อเรื่อง ด้วยรูปลักษณ์ของเด็กสาวผู้เงียบขรึม นัยน์ตาสีฟ้าที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ความสามารถสุดพิเศษนี้เอง ที่ทำให้ผู้มีอำนาจทุกคนในโลกแห่งทะเลทราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮามุโด ต่างต้องการตัวเธอ

ลาล่า-รู สามารถสร้างน้ำได้ครั้งละปริมาณมาก แต่ทุกครั้งที่เธอสร้างน้ำ ร่างกายของเธอก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ลาล่า-รู รู้ดีว่าหากยังทำต่อไป เธอจะหายไปจากโลกนี้ในที่สุด

ไม่มีใครเคยสนใจความเป็นความตายของลาล่า-รู เพราะมนุษย์ทุกผู้ที่เธอเคยพบ ล้วนเห็นเธอเป็นเพียง [ทรัพยากร] ที่ไม่มีชีวิตจิตใจ เธอออกเดินทางเร่ร่อน ถูกกักขัง ข่มขู่ และทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้เธอยอมใช้ความสามารถที่จะบั่นทอนชีวิตของตัวเอง บ่อยครั้งที่ตัวเธอกลายเป็นชนวนของสงคราม

มนุษย์ เข่นฆ่ากันเพื่อชิงทรัพยากร
มนุษย์ ทำลายทรัพยากรเพื่อจะเข่นฆ่ากัน

...จะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?

 

ฮามุโด (ความขัดแย้ง)

เท่าที่มีการบอกเล่า ฮามุโดเป็นจอมพลที่ร้ายกาจ ใจคออำมหิต ในขณะเดียวกันก็รักตัวกลัวตายเสียจนน่าสมเพช ช่างเป็นคนชั่วช้าน่ารังเกียจสมตำแหน่งตัวร้ายประจำเรื่อง แต่หากมองให้ชัดแล้ว แท้จริงฮามุโดอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นโดยสันดาน 

ความจงรักภักดีของอเบเลียผู้เป็นคนสนิท บอกอะไรได้หลายอย่าง...รวมถึงเรื่องที่ว่าฮามุโดอาจเคยเป็นผู้ปกครองที่ยอดเยี่ยมมาก่อน...ยอดเยี่ยมขนาดที่อเบเลียยอมอดทนรับใช้เขาอย่างมากมาย ไม่เคยคิดทรยศแม้มีโอกาส เพื่อจะรั้งสติของฮามุโดเอาไว้ ... เธอคงหวังลึกๆ ว่า สักวันฮามุโดจะกลับมาเป็นคนเดิม

สงครามที่ดำเนินติดต่อกันราวกับไม่มีที่สิ้นสุด (บางทีอาจเริ่มมาตั้งแต่ก่อนสมัยของฮามุโด) เฮลลีวู้ดกำราบข้าศึกได้มากมายแต่สถานการณ์กลับยิ่งย่ำแย่ น้ำที่เป็นทรัพยากรสำคัญกำลังจะหมดไป มือสังหารที่หมายหัวฮามุโดแฝงตัวเข้ามาในป้อมรบ และปรากฏตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่เว้นวัน

ณ จุดสูงสุดของป้อมบัญชาการ เหนือพิภพที่สงบราบคาบแทบเท้า เขาพบว่ารอบกายเขามีแต่คมหอกคมดาบคอยจ้องทิ่มแทง ความหวาดระแวงและสิ้นหวังคงทำให้เขาเสียสติ และจิกหัวใช้อเบเลียราวกับจะทดสอบความเหนียวของเชือกเส้นเดียวที่แขวนเขาไว้เหนือปากเหวแห่งหายนะ

หากมองในมุมกลับแล้ว ฮามุโดก็อาจเป็นเหยื่อของสงครามคนหนึ่ง ... หรือไม่ ก็อาจเป็นแค่เฟืองตัวหนึ่งในวัฏจักรแห่งการประหัตประหารที่จะยังดำเนินต่อไป

 

...ชั่วนิรันดร์?

 



 

 ข้อดี:

  1. เนื้อเรื่องกระชับมาก
  2. คนเขียนบท ใจถึง และ เฉียบขาด สุดๆ โดยเฉพาะในช่วง 3 ตอนสุดท้าย
  3. มีสัญลักษณ์ (symbolic) ให้ตีความพอสมควร