0037 (ถึงลูกถึงคนโหมด) การเมื้อง~การเมือง
posted on 23 Jul 2007 09:36 by stellargazer in Et-Ceteraอย่าเข้าใจผิดว่าผมจะเปลี่ยนแนวบล็อกเป็นแนววิเคราะห์การเมืองหรืออะไรนะครับ ^^" สิ่งที่จะลงในเอนทรี่นี้ผมตัดตอนมาจากบทสนทนากับลอร่า(นามสมมุติ) อาสาสมัครสาวแกร่งที่ไปเจอกันในงาน BBQ ปาร์ตี้เมื่อคืน (อ.ที่ปรึกษาของผมเปิดบ้านเลี้ยงเอง ></ ) และก็ได้คุยแลกเปลี่ยนมุมมองอะไรหลายๆ อย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องสังคมและการเมืองครับ ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยพยายามจำๆ เอาไว้ ก่อนจะมาเขียนให้อ่านกัน
สัญญาว่าคราวนี้จะไม่ใช้อารมณ์ เหมือนที่ทำบล็อกตัวเองแปดเปื้อนไปในเอนทรี่ที่แล้วครับ m(_ _)m
Disclaimer: เจ้าของบล็อกนี้ชื่อ วลาดิมีร์ ปูทัน เป็นคนรัสเซียครับ แต่บังเอิญพูดไทยได้นิโหน่ย :P
Disclaimer2: ต้นฉบับข้อความข้างล่างเป็นภาษาอังกฤษ ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตรครับ
Disclaimer3: บทความข้างล่างไม่ได้ถอดเทปมานะครับ (ไม่ได้พกเทปไปงานบาร์บีคิวปาร์ตี้เฟร้ย!) เขียนเอาจากความทรงจำ เพราะงั้นคงมีตกๆ หล่นๆ ไปเยอะ ลำดับเรื่องเพี้ยนไปบ้าง แต่ประเด็นหลักยังครบครับ
จะมี director's commentary แทรกด้วยตัวสีเหลืองไว้เป็นระยะๆ นะครับ ^^
ป (ปูทัน): สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อปูทัน (นามสมมุติ)
ล (ลอร่า): ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ฉันชื่อลอร่า(นามสมมุติ) ไม่ทราบว่ามาจากประเทศไหนเหรอคะ?
ป: ผมคนไทยครับ
ล: (ภาษาไทย) "อ้าว คนไทยนี่เอง" (หัวเราะ) "สวัสดีค่ะ"
ป: โอ้! ภาษาไทยคุณชัดมากเลย อยู่ไทยมากี่ปีครับนี่?
ล: ปีครึ่งได้ค่ะ เคยเป็นอาสาสมัครฝึกงานอยู่ที่เชียงใหม่
ป: คุณพูดไทยชัดจริงๆ ครับ นี่ผมไม่ได้ยอนะ
ล: "ขอบคุณมากค่ะ"
ป: ภาษาไทยยากมั้ยครับ?
ล: (คิดนิดนึง) ไวยากรณ์น่ะไม่ยากเลย แต่ออกเสียงยากเอาการเลยล่ะค่ะ ... กว่าฉันจะฝึกพูด "ใครขายไข่ไก่" ได้ ก็กินเวลานานอยู่
ป: แล้วตอนนี้พูด "เช้าฟาดผัดฟักเย็นฟาดฟักผัด" ได้หรือเปล่าครับ?
ล: "เช้าฟาดฝัดพัก..." ยากค่ะ ไม่ไหว...
ถ้าไหวก็มีเหวอสิครับท่าน...ขนาดคนที่ผมฝึกๆ มายังพูดได้ไม่ชัดทุกคนเลยนะ
ป: เท่าที่อยู่มาปีครึ่ง คิดยังไงกับประเทศไทยบ้างครับ?
ล: ฉันชอบที่นั่นมากนะคะ เป็นครั้งแรกเลยที่รู้ว่า ต่อให้ไม่มีฤดูหนาว มนุษย์ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ (หัวเราะ) ที่นั่นอบอุ่นทั้งปีเลย หรือต่อให้เป็นฤดูหนาวก็ไม่หนาวขนาดต้องหมกอยู่แต่ในบ้านน่ะ เทศกาลหลายอย่างก็สนุกดี แต่ฉันคิดว่าสงกรานต์มันจะรุนแรงเกินไปสำหรับฉัน
ป: ผมก็ว่างั้นครับ ยิ่งปีหลังๆ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเล่นกันเลยเถิดไปมาก
ชนิดที่ว่าถ้าบรรพบุรุษมาเห็นเข้าคงร้องไห้เลยล่ะ
ล: แต่ฉันชอบลอยกระทงนะคะ ถ้าออกนอกบ้านในคืนวันนั้นก็จะเห็นภาพสวยๆ เยอะทีเดียว
ป: (กำลังคิดว่า แล้วไม่มีปัญหาเรื่องดอกไม้ไฟมั่งเรอะ)
ล: เสียอยู่อย่างเดียวเองค่ะ ตอนที่ฉันไปร้านขายประทัดน่ะ...
ป: (เอาแล้วไงวุ้ย)
ล: ...เด็กๆ แถวนั้นจะตะโกนว่า "ฝรั่ง ฝรั่ง มานี่เร็ว ฝรั่ง" แล้วก็รุมปาประทัดใส่ฉันน่ะค่ะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร ... ฉันพยายามบอกเขาแล้วนะคะว่า "ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ฝรั่ง นี่คนไทย" แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อกัน
มุขนี้หลอกเด็กยังไม่ได้เลยล่ะคร้าบ~
ไว้คราวหน้าลองพูด "วินนิ่งมั้ยแสดดดด" ดูสิ อาจมีคนเชื่อก็ได้นะ
ป: (หัวเราะแห้งๆ)
ล: จะว่้าไป คุณทำวิจัยอยู่ภาคสิ่งแวดล้อมใช่มั้ยคะ ไม่ทราบว่าทำเกี่ยวกับอะไร
ป: การย่อยสลายสารอินทรีย์ที่เป็นพิษในแหล่งน้ำบาดาลน่ะครับ
ล: พอดีเลย ทราบข่าวเรื่องที่ทางรัฐเพนซิลวาเนียตัดงบประมาณสำหรับงานกำจัดสารพิษในแหล่งน้ำธรรมชาติเมื่อเดือนที่แล้วมั้ยคะ?
ป: ...ไม่ทราบครับ
ล: ก็คาดไว้แล้วว่าส่วนใหญ่จะไม่ทราบกัน เพราะเรื่องนี้ไม่เป็นข่าวค่ะ
ป: น่าจะเป็นเรื่องใหญ่น่าดูนะครับ แต่กลับไม่ลงข่าว?
ล: ค่ะ เป็นการตัดงบแบบตัดฉับไปเลย อย่างไม่ชอบมาพากลซะด้วย บางทีมันอาจยิบย่อยเกินไปจนไม่ลงข่าว ซึ่งงานของฉันคือพยายามทำให้คนรู้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ รู้ว่าทางรัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่น่ะค่ะ ... ไม่ว่าใครก็อยากมีน้ำสะอาดไว้ใช้ ดังนั้นนี่เป็นเรื่องที่ทุกคนที่อยู่ในนี้จำเป็นต้องรู้ค่ะ และบางทีถ้ามีคนรู้มากพอ ก็อาจเคลื่อนไหวกดดันอะไรกับทางที่ทำการรัฐได้บ้าง
ป: อืม...รัฐบาลที่ไหนๆ ก็มีปัญหาทั้งนั้น สินะครับ
ล: "อำนาจอยู่คู่ความฉ้อฉล" นั่นแหละค่ะ ... จะว่าไปฉันก็อยากถามความเห็นคุณในเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศไทยสักหน่อย
ป: ครับ เชิญครับ
ล: ฉันกำลังสนใจในเรื่องการเซ็นเซอร์สื่อน่ะค่ะ นี่เป็นปัญหาระดับต้นๆ เลยที่ประเทศภายนอกกำลังจับตามองประเทศไทย ... เคยฟังรายการวิทยุ "มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน" บ้างหรือเปล่าคะ? ฉันอยากรู้ว่ารายการนี้กลับมาออกอากาศได้หรือยัง...
ป: ขอโทษนะครับ ผมไม่เคยฟัง
ล: แล้วเรื่องการตัดฉากบางฉากในภาพยนตร์ที่ได้รางวัลนั่นล่ะคะ? เคยได้ยินบ้างมั้ย?
ป: อ้อ ข่าวนี้ผมทราบครับ ถ้าจำไม่ผิดภาพยนตร์เรื่องนั้นชื่อว่า "แสงศตวรรษ" ... ผมได้ยินมาว่าทางคณะกรรมการเสนอทาง ผกก. ให้ตัดฉากออก 4 ฉากถึงจะอนุญาตให้นำเข้าฉายในประเทศได้ แต่ทาง ผกก. ปฏิเสธน่ะครับ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันจะทำลายงานของเขา
ล: เป็นคำตอบที่ไม่น่าแปลกใจสำหรับคนที่ทำงานศิลปะเลยล่ะค่ะ ... แล้วพอจะทราบมั้ยคะว่าฉากที่ถูกตัดออกไปนั้นเกี่ยวกับอะไรบ้าง
ป: (นึก)
ล: เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองหรือเปล่า?
ป: ไม่ครับ ไม่น่าใช่ เท่าที่รู้มันน่าจะเป็นฉากที่ส่อเรื่องเพศ จนทางคณะกรรมการเห็นว่าไม่เหมาะสมน่ะครับ แต่เอาเข้าจริงผมก็สุดจะเดา เพราะไม่ได้ดูตัวภาพยนตร์ซะที ... คุณก็คงพอรู้มั้งครับว่าการเซ็นเซอร์ของหน่วยงานรัฐน่ะ ช่างไม่มีมาตรฐานเอาซะเลย
ล: ค่ะ ฉันคิดว่า... ไม่ว่าจะพูดถึงสื่อชนิดไหนก็ตาม การเซ็นเซอร์โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน นับเป็นรูโหว่ทางสังคมขนาดใหญ่ ที่เปิดช่องให้รัฐบาลประพฤติมิชอบกันได้สะดวกขึ้นน่ะค่ะ
ป: ขยายความหน่อยได้มั้ยครับ?
ล: เพราะนั่นหมายความว่ารัฐบาลมีอำนาจเต็มในการตีความความ "ไม่เหมาะสม" ที่พวกเขาอ้างน่ะสิคะ ... รัฐสามารถใช้คำว่า "ไม่เหมาะสม" แทรกแซงสื่อได้โดยสะดวก ซึ่งมันครอบคลุมถึงการตัดตอนข่าวสารเฉพาะส่วนที่รัฐ "ไม่อยากให้ประชาชนได้รับรู้" ออกไปด้วย
ป: เข้าใจล่ะ
ล: เท่าที่ผ่านมา การแทรกแซง-เซ็นเซอร์สื่อ ก็มักมีความสัมพันธ์กับปัญหาการทุจริตของรัฐบาลอยู่แล้วน่ะค่ะ ... ซึ่งมันก็เริ่มมีมากขึ้นในช่วงที่ไทยเปลี่ยนรัฐบาลมานี่เอง ... อืม แล้วคุณคิดยังไงกับเรื่องรัฐoooooร บ้างคะ? คิดว่าoooooมีส่วนสนับสนุนด้วยหรือเปล่า?
ป: ข่าวในช่วงนั้นสับสนมากน่ะครับ ผมไม่กล้าสรุปแน่นอน แต่เท่าที่รู้คือ สถานการณ์ช่วงนี้ช่างอันตรายจริงๆ
ล: ยังไงเหรอคะ?
ป: สิ่งที่ผมพูดได้จากที่เห็นคือ ฝ่ายทooรนั้นอ้างใช้อำนาจของสถาบันoooooโดยมิชอบ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนทัoooนั้นก็อ้างใช้อำนาจของภาคประชาชนโดยมิชอบเช่นกัน ซึ่ง...นั่นเท่ากับว่าคนไทยกำลังมาวิวาทกันเอง โดยหยิบยืมเอาอำนาจจาก 2 ใน 3 สถาบันหลักของประเทศตัวเองมาใช้เป็นเครื่องมือ ... ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก
(ตอนนั้นผมใช้คำว่า 'abuse of oooo's power' น่ะครับ...แปลไทยแล้วรู้สึกไม่ค่อยตรงแปลกๆ)
แปลไทยเป็นไทย: เรากำลังเอากำลังสองในสามส่วนของตัวเองมาใช้ตีกันเองนั่นเองครับ
ระหว่างที่พิมพ์อยู่นี้ ผมกลับนึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเกมดังเกมหนึ่ง(สงวนนาม) ที่คนบ้าคนหนึ่งพยายามจะเลื่อนเทวรูปทั้งสามให้เสียสมดุลจนโลกแตก ขึ้นมาตะหงิดๆ...
ล: (พยักหน้า)ค่ะ... แล้วเท่าที่เป็นอยู่นี่ คุณคิดว่าชีวิตก่อนหรือหลัง ทัoooลงจากอำนาจนั้นดีกว่ากัน?
ป: ตอบอย่างตื้นๆ เลยนะ ... ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยครับ (หัวเราะ) และก็คิดว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปอีกนาน ... รัฐบาลเก่าล้มเพราะโกงกิน รัฐบาลใหม่ก็คงโกงกินไม่หนีกันเท่าไหร่
ล: เห็นด้วยเลยค่ะ ปัญหานี้ก็มีไม่เว้นแม้แต่ในอเมริกานี่แหละค่ะ
ป: เอ... แต่ผมกลับคิดว่า ...
ล: "อำนาจอยู่คู่ความฉ้อฉล" ค่ะ -- โดยไม่มีข้อยกเว้น
ป: ผมเคยเข้าใจว่า ... อืม ...โอเคที่การโกงกินอาจมีเท่าๆ กัน หรือใกล้กัน แต่ระบบการตรวจสอบของอเมริกาน่าจะเข้มแข็งกว่ามากๆ เลยนี่ครับ?
ล: มันเป็นอดีตไปแล้วน่ะค่ะ
ป: ...อา...ความรู้ใหม่เลยนะนี่... ช่วยขยายความได้มั้ยครับ?
ล: ช่วงทศวรรษหลังมานี่ อเมริกันชนมีแนวโน้มจะขี้เกียจลงเรื่อยๆ น่ะค่ะ และจิตสำนึกทางการเมืองก็น้อยลงมาเรื่อยเช่นกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะลัทธิบริโภคนิยมที่ทำให้คนติดความสะดวกสบาย อีกอย่างคือเทคโนโลยีสารสนเทศ
ป: อย่างแรกนี่ผมเข้าใจนะ แต่อินเตอร์เน็ตนี่เกี่ยวด้วยเหรอครับ?
ล: มากเลยล่ะค่ะ ด้วยข้อมูลข่าวสารที่ท่วมท้นอยู่นี่เองที่ผลักดันให้ประชากรส่วนใหญ่เป็นฝ่ายรับ -- หรือถูกป้อน -- ข้อมูลข่าวสาร จนความกระตือรือล้นที่จะเป็นฝ่ายไล่ตามความจริงด้วยตัวเองค่อยๆ หดหายลงเรื่อยๆ ... คนจะเอาแต่อยู่ในบ้านไม่ออกมาพบหน้ากัน กิจกรรมระหว่างชุมชน -- อย่างปาร์ตี้ที่พวกเรากำลังเข้าร่วมนี่ -- ก็มีน้อยลงเช่นกัน สภาพแบบนี้ทำให้โอกาสแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็นทางการเมืองของประชากรลดต่ำลงเรื่อยๆ น่ะค่ะ สุดท้ายแล้วคนก็จะรู้แค่เท่าที่อินเตอร์เน็ตและทีวีป้อนให้ ซึ่งเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับความจริงทั้งหมดค่ะ
ป: คุณดูจะไม่เชื่ออินเตอร์เน็ตเลยนะ?
ล: ไม่เชิงว่าไม่เชื่อหรอกค่ะ ประเด็นคือ เราถูกหลอกว่าแค่เท่านั้นก็พอ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ทั้งที่มีมีข่าวไม่ชอบมาพากลมากมายที่รอดหูรอดตา ไม่ได้ลงสื่อเหล่านั้น แต่คนก็ไม่มีความคิดที่จะอยากรู้มันอีกแล้ว ...ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน การสื่อสารระหว่าง "คน"กับ "คน" เท่านั้นที่มีพลวัต และแรงขับเคลื่อนทางสังคมมากที่สุดค่ะ
ป: อืม...
ล: ยกตัวอย่างนะคะ ฉันเคยไปช่วยงาน ตอนที่เกิดสึนามิในประเทศไทย ... ตอนที่ฉันไปถึงที่นั่นนั้น เป็นช่วงแค่ 3-4 วันหลังเกิดเหตุเท่านั้นเอง แต่ฉันก็พบว่าการฟื้นฟูอะไรต่อมิอะไรช่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
ป: ครับ
ล: ไม่นานมานี่ ฉันมีโอกาสได้ไปที่นิวออร์ลีนส์ (ที่โดนพายุแคธรีน่าถล่มไปเมื่อ 2 ปีก่อนน่ะครับ) ... ประมาณปีครึ่งหลังเกิดเหตุน่ะค่ะ... ความประทับใจแรกหลังจากที่ได้เหยียบที่นั่นคือ "พระเจ้า! ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่มันผ่านมาตั้งปีครึ่งแล้ว...พระเจ้า...นี่ใช่ประเทศที่ฉันอยู่แน่เหรอ?"
ป: มันไม่ดีขึ้นเลยเหรอครับ?
ล: ค่ะ ... มันน่าอนาถมาก...ร้านรวงยังพังยับเยิน ตึกรามยังชำรุดจนอยู่อาศัยไม่ได้เป็นแถบๆ เหมือนไม่มีใครมาเหลียวแลเลยซักนิด เท่าที่ฉันเห็นคือ... 4 วันที่ภาคใต้ของไทย ยังทำอะไรได้มากกว่าเวลาปีครึ่งที่นิวออร์ลีนส์ซะอีก
ป: คุณจะบอกว่านี่ก็เป็นเรื่องของการโกงกินงบ?
ล: ไม่มีทางคิดเป็นอย่างอื่นแล้วค่ะ ไม่ว่าจะทางไหน ทางรัฐก็บกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายกาจเลยค่ะ... แล้วคุณเชื่อมั้ยล่ะว่าเรื่องนี้ กลับไม่มีการรายงานผ่านสื่อเลยแม้แต่น้อย ... ฉันอยากจะพูดว่าถ้าคนเราไม่ "คุยกัน" เราจะไม่มีทางรู้แน่ๆ ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการโกงกินดีๆ นี่เองค่ะ
หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้วครับ สัพเพเหระ...งานเลิก จบ ... พูดได้ว่า แม้เป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ข้าน้อยก็ได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ! ไม่ขอเน้นข้อความตรงไหนนะครับ เอาไปสกัดสาระประโยชน์กันเอาเอง ^^" ผมว่ามีหลายประเด็นให้คิดนะ ทั้งความคิดอ่าน ความเชื่อด้านการเมืองของคนอเมริกันเขา บลาๆๆ
หมดเวลาแล้วครับ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ (-A-)
ลป. คราวหน้าไม่เอาการเมืองแล้วครับ เหนื่อย... -_-"" รีวิวอนิเมน่าจะเข้าท่ากว่า
เอา Lucky Star หรือ Now and Then Here and There ดีน้า~
Tags: politic, thailand, usa12 Comments
บางทีเราอาจจะคิดว่า Internet นี่เป็นสื่อเสรี ที่เปิดกว้าง
แต่จริงๆ แล้วเราอาจจะโดนควบคุม, บิดเบือนและชักจูงอยู่อีกทีก็ได้
ไม่มีอะไรดีไปกว่า ไปพบเห็นด้วยตัวเอง
ระหว่าง "คน" กับ "คน"
#1 By gomora on 2007-07-23 12:58