อย่าเข้าใจผิดว่าผมจะเปลี่ยนแนวบล็อกเป็นแนววิเคราะห์การเมืองหรืออะไรนะครับ ^^" สิ่งที่จะลงในเอนทรี่นี้ผมตัดตอนมาจากบทสนทนากับลอร่า(นามสมมุติ) อาสาสมัครสาวแกร่งที่ไปเจอกันในงาน BBQ ปาร์ตี้เมื่อคืน (อ.ที่ปรึกษาของผมเปิดบ้านเลี้ยงเอง ></ ) และก็ได้คุยแลกเปลี่ยนมุมมองอะไรหลายๆ อย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องสังคมและการเมืองครับ ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยพยายามจำๆ เอาไว้ ก่อนจะมาเขียนให้อ่านกัน

สัญญาว่าคราวนี้จะไม่ใช้อารมณ์ เหมือนที่ทำบล็อกตัวเองแปดเปื้อนไปในเอนทรี่ที่แล้วครับ m(_ _)m


Disclaimer: เจ้าของบล็อกนี้ชื่อ วลาดิมีร์ ปูทัน เป็นคนรัสเซียครับ แต่บังเอิญพูดไทยได้นิโหน่ย :P
Disclaimer2: ต้นฉบับข้อความข้างล่างเป็นภาษาอังกฤษ ให้เสียงภาษาไทยโดยพันธมิตรครับ
Disclaimer3: บทความข้างล่างไม่ได้ถอดเทปมานะครับ (ไม่ได้พกเทปไปงานบาร์บีคิวปาร์ตี้เฟร้ย!) เขียนเอาจากความทรงจำ เพราะงั้นคงมีตกๆ หล่นๆ ไปเยอะ ลำดับเรื่องเพี้ยนไปบ้าง แต่ประเด็นหลักยังครบครับ

จะมี director's commentary แทรกด้วยตัวสีเหลืองไว้เป็นระยะๆ นะครับ ^^




ป (ปูทัน): สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อปูทัน (นามสมมุติ)

ล (ลอร่า): ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ฉันชื่อลอร่า(นามสมมุติ) ไม่ทราบว่ามาจากประเทศไหนเหรอคะ?

ป: ผมคนไทยครับ

ล: (ภาษาไทย) "อ้าว คนไทยนี่เอง" (หัวเราะ) "สวัสดีค่ะ"

ป: โอ้! ภาษาไทยคุณชัดมากเลย อยู่ไทยมากี่ปีครับนี่?

ล: ปีครึ่งได้ค่ะ เคยเป็นอาสาสมัครฝึกงานอยู่ที่เชียงใหม่

ป: คุณพูดไทยชัดจริงๆ ครับ นี่ผมไม่ได้ยอนะ

ล: "ขอบคุณมากค่ะ"

ป: ภาษาไทยยากมั้ยครับ?

ล: (คิดนิดนึง) ไวยากรณ์น่ะไม่ยากเลย แต่ออกเสียงยากเอาการเลยล่ะค่ะ ... กว่าฉันจะฝึกพูด "ใครขายไข่ไก่" ได้ ก็กินเวลานานอยู่

ป: แล้วตอนนี้พูด "เช้าฟาดผัดฟักเย็นฟาดฟักผัด" ได้หรือเปล่าครับ?

ล: "เช้าฟาดฝัดพัก..." ยากค่ะ ไม่ไหว...
ถ้าไหวก็มีเหวอสิครับท่าน...ขนาดคนที่ผมฝึกๆ มายังพูดได้ไม่ชัดทุกคนเลยนะ

ป: เท่าที่อยู่มาปีครึ่ง คิดยังไงกับประเทศไทยบ้างครับ?

ล: ฉันชอบที่นั่นมากนะคะ เป็นครั้งแรกเลยที่รู้ว่า ต่อให้ไม่มีฤดูหนาว มนุษย์ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ (หัวเราะ) ที่นั่นอบอุ่นทั้งปีเลย หรือต่อให้เป็นฤดูหนาวก็ไม่หนาวขนาดต้องหมกอยู่แต่ในบ้านน่ะ เทศกาลหลายอย่างก็สนุกดี แต่ฉันคิดว่าสงกรานต์มันจะรุนแรงเกินไปสำหรับฉัน

ป: ผมก็ว่างั้นครับ ยิ่งปีหลังๆ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเล่นกันเลยเถิดไปมาก
ชนิดที่ว่าถ้าบรรพบุรุษมาเห็นเข้าคงร้องไห้เลยล่ะ

ล: แต่ฉันชอบลอยกระทงนะคะ ถ้าออกนอกบ้านในคืนวันนั้นก็จะเห็นภาพสวยๆ เยอะทีเดียว

ป: (กำลังคิดว่า แล้วไม่มีปัญหาเรื่องดอกไม้ไฟมั่งเรอะ)

ล: เสียอยู่อย่างเดียวเองค่ะ ตอนที่ฉันไปร้านขายประทัดน่ะ...

ป: (เอาแล้วไงวุ้ย)

ล: ...เด็กๆ แถวนั้นจะตะโกนว่า "ฝรั่ง ฝรั่ง มานี่เร็ว ฝรั่ง" แล้วก็รุมปาประทัดใส่ฉันน่ะค่ะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร ... ฉันพยายามบอกเขาแล้วนะคะว่า "ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ฝรั่ง นี่คนไทย" แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อกัน
มุขนี้หลอกเด็กยังไม่ได้เลยล่ะคร้าบ~
ไว้คราวหน้าลองพูด "วินนิ่งมั้ยแสดดดด" ดูสิ อาจมีคนเชื่อก็ได้นะ


ป: (หัวเราะแห้งๆ)

ล: จะว่้าไป คุณทำวิจัยอยู่ภาคสิ่งแวดล้อมใช่มั้ยคะ ไม่ทราบว่าทำเกี่ยวกับอะไร

ป: การย่อยสลายสารอินทรีย์ที่เป็นพิษในแหล่งน้ำบาดาลน่ะครับ

ล: พอดีเลย ทราบข่าวเรื่องที่ทางรัฐเพนซิลวาเนียตัดงบประมาณสำหรับงานกำจัดสารพิษในแหล่งน้ำธรรมชาติเมื่อเดือนที่แล้วมั้ยคะ?

ป: ...ไม่ทราบครับ

ล: ก็คาดไว้แล้วว่าส่วนใหญ่จะไม่ทราบกัน เพราะเรื่องนี้ไม่เป็นข่าวค่ะ

ป: น่าจะเป็นเรื่องใหญ่น่าดูนะครับ แต่กลับไม่ลงข่าว?

ล: ค่ะ เป็นการตัดงบแบบตัดฉับไปเลย อย่างไม่ชอบมาพากลซะด้วย บางทีมันอาจยิบย่อยเกินไปจนไม่ลงข่าว ซึ่งงานของฉันคือพยายามทำให้คนรู้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ รู้ว่าทางรัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่น่ะค่ะ ... ไม่ว่าใครก็อยากมีน้ำสะอาดไว้ใช้ ดังนั้นนี่เป็นเรื่องที่ทุกคนที่อยู่ในนี้จำเป็นต้องรู้ค่ะ และบางทีถ้ามีคนรู้มากพอ ก็อาจเคลื่อนไหวกดดันอะไรกับทางที่ทำการรัฐได้บ้าง

ป: อืม...รัฐบาลที่ไหนๆ ก็มีปัญหาทั้งนั้น สินะครับ

ล: "อำนาจอยู่คู่ความฉ้อฉล" นั่นแหละค่ะ ... จะว่าไปฉันก็อยากถามความเห็นคุณในเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศไทยสักหน่อย

ป: ครับ เชิญครับ

ล: ฉันกำลังสนใจในเรื่องการเซ็นเซอร์สื่อน่ะค่ะ นี่เป็นปัญหาระดับต้นๆ เลยที่ประเทศภายนอกกำลังจับตามองประเทศไทย ... เคยฟังรายการวิทยุ "มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน" บ้างหรือเปล่าคะ? ฉันอยากรู้ว่ารายการนี้กลับมาออกอากาศได้หรือยัง...

ป: ขอโทษนะครับ ผมไม่เคยฟัง

ล: แล้วเรื่องการตัดฉากบางฉากในภาพยนตร์ที่ได้รางวัลนั่นล่ะคะ? เคยได้ยินบ้างมั้ย?

ป: อ้อ ข่าวนี้ผมทราบครับ ถ้าจำไม่ผิดภาพยนตร์เรื่องนั้นชื่อว่า "แสงศตวรรษ" ... ผมได้ยินมาว่าทางคณะกรรมการเสนอทาง ผกก. ให้ตัดฉากออก 4 ฉากถึงจะอนุญาตให้นำเข้าฉายในประเทศได้ แต่ทาง ผกก. ปฏิเสธน่ะครับ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันจะทำลายงานของเขา

ล: เป็นคำตอบที่ไม่น่าแปลกใจสำหรับคนที่ทำงานศิลปะเลยล่ะค่ะ ... แล้วพอจะทราบมั้ยคะว่าฉากที่ถูกตัดออกไปนั้นเกี่ยวกับอะไรบ้าง

ป: (นึก)

ล: เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองหรือเปล่า?

ป: ไม่ครับ ไม่น่าใช่ เท่าที่รู้มันน่าจะเป็นฉากที่ส่อเรื่องเพศ จนทางคณะกรรมการเห็นว่าไม่เหมาะสมน่ะครับ แต่เอาเข้าจริงผมก็สุดจะเดา เพราะไม่ได้ดูตัวภาพยนตร์ซะที ... คุณก็คงพอรู้มั้งครับว่าการเซ็นเซอร์ของหน่วยงานรัฐน่ะ ช่างไม่มีมาตรฐานเอาซะเลย

ล: ค่ะ ฉันคิดว่า... ไม่ว่าจะพูดถึงสื่อชนิดไหนก็ตาม การเซ็นเซอร์โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน นับเป็นรูโหว่ทางสังคมขนาดใหญ่ ที่เปิดช่องให้รัฐบาลประพฤติมิชอบกันได้สะดวกขึ้นน่ะค่ะ

ป: ขยายความหน่อยได้มั้ยครับ?

ล: เพราะนั่นหมายความว่ารัฐบาลมีอำนาจเต็มในการตีความความ "ไม่เหมาะสม" ที่พวกเขาอ้างน่ะสิคะ ... รัฐสามารถใช้คำว่า "ไม่เหมาะสม" แทรกแซงสื่อได้โดยสะดวก ซึ่งมันครอบคลุมถึงการตัดตอนข่าวสารเฉพาะส่วนที่รัฐ "ไม่อยากให้ประชาชนได้รับรู้" ออกไปด้วย

ป: เข้าใจล่ะ

ล: เท่าที่ผ่านมา การแทรกแซง-เซ็นเซอร์สื่อ ก็มักมีความสัมพันธ์กับปัญหาการทุจริตของรัฐบาลอยู่แล้วน่ะค่ะ ... ซึ่งมันก็เริ่มมีมากขึ้นในช่วงที่ไทยเปลี่ยนรัฐบาลมานี่เอง ... อืม แล้วคุณคิดยังไงกับเรื่องรัฐoooooร บ้างคะ? คิดว่าoooooมีส่วนสนับสนุนด้วยหรือเปล่า?

ป: ข่าวในช่วงนั้นสับสนมากน่ะครับ ผมไม่กล้าสรุปแน่นอน แต่เท่าที่รู้คือ สถานการณ์ช่วงนี้ช่างอันตรายจริงๆ

ล: ยังไงเหรอคะ?

ป: สิ่งที่ผมพูดได้จากที่เห็นคือ ฝ่ายทooรนั้นอ้างใช้อำนาจของสถาบันoooooโดยมิชอบ ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนทัoooนั้นก็อ้างใช้อำนาจของภาคประชาชนโดยมิชอบเช่นกัน ซึ่ง...นั่นเท่ากับว่าคนไทยกำลังมาวิวาทกันเอง โดยหยิบยืมเอาอำนาจจาก 2 ใน 3 สถาบันหลักของประเทศตัวเองมาใช้เป็นเครื่องมือ ... ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก
(ตอนนั้นผมใช้คำว่า 'abuse of oooo's power' น่ะครับ...แปลไทยแล้วรู้สึกไม่ค่อยตรงแปลกๆ)

แปลไทยเป็นไทย: เรากำลังเอากำลังสองในสามส่วนของตัวเองมาใช้ตีกันเองนั่นเองครับ

ระหว่างที่พิมพ์อยู่นี้ ผมกลับนึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเกมดังเกมหนึ่ง(สงวนนาม) ที่คนบ้าคนหนึ่งพยายามจะเลื่อนเทวรูปทั้งสามให้เสียสมดุลจนโลกแตก ขึ้นมาตะหงิดๆ...

ล: (พยักหน้า)ค่ะ... แล้วเท่าที่เป็นอยู่นี่ คุณคิดว่าชีวิตก่อนหรือหลัง ทัoooลงจากอำนาจนั้นดีกว่ากัน?

ป: ตอบอย่างตื้นๆ เลยนะ ... ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลยครับ (หัวเราะ) และก็คิดว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปอีกนาน ... รัฐบาลเก่าล้มเพราะโกงกิน รัฐบาลใหม่ก็คงโกงกินไม่หนีกันเท่าไหร่

ล: เห็นด้วยเลยค่ะ ปัญหานี้ก็มีไม่เว้นแม้แต่ในอเมริกานี่แหละค่ะ

ป: เอ... แต่ผมกลับคิดว่า ...

ล: "อำนาจอยู่คู่ความฉ้อฉล" ค่ะ -- โดยไม่มีข้อยกเว้น

ป: ผมเคยเข้าใจว่า ... อืม ...โอเคที่การโกงกินอาจมีเท่าๆ กัน หรือใกล้กัน แต่ระบบการตรวจสอบของอเมริกาน่าจะเข้มแข็งกว่ามากๆ เลยนี่ครับ?

ล: มันเป็นอดีตไปแล้วน่ะค่ะ

ป: ...อา...ความรู้ใหม่เลยนะนี่... ช่วยขยายความได้มั้ยครับ?

ล: ช่วงทศวรรษหลังมานี่ อเมริกันชนมีแนวโน้มจะขี้เกียจลงเรื่อยๆ น่ะค่ะ และจิตสำนึกทางการเมืองก็น้อยลงมาเรื่อยเช่นกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะลัทธิบริโภคนิยมที่ทำให้คนติดความสะดวกสบาย อีกอย่างคือเทคโนโลยีสารสนเทศ

ป: อย่างแรกนี่ผมเข้าใจนะ แต่อินเตอร์เน็ตนี่เกี่ยวด้วยเหรอครับ?

ล: มากเลยล่ะค่ะ ด้วยข้อมูลข่าวสารที่ท่วมท้นอยู่นี่เองที่ผลักดันให้ประชากรส่วนใหญ่เป็นฝ่ายรับ -- หรือถูกป้อน -- ข้อมูลข่าวสาร จนความกระตือรือล้นที่จะเป็นฝ่ายไล่ตามความจริงด้วยตัวเองค่อยๆ หดหายลงเรื่อยๆ ... คนจะเอาแต่อยู่ในบ้านไม่ออกมาพบหน้ากัน กิจกรรมระหว่างชุมชน -- อย่างปาร์ตี้ที่พวกเรากำลังเข้าร่วมนี่ -- ก็มีน้อยลงเช่นกัน สภาพแบบนี้ทำให้โอกาสแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็นทางการเมืองของประชากรลดต่ำลงเรื่อยๆ น่ะค่ะ สุดท้ายแล้วคนก็จะรู้แค่เท่าที่อินเตอร์เน็ตและทีวีป้อนให้ ซึ่งเป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับความจริงทั้งหมดค่ะ

ป: คุณดูจะไม่เชื่ออินเตอร์เน็ตเลยนะ?

ล: ไม่เชิงว่าไม่เชื่อหรอกค่ะ ประเด็นคือ เราถูกหลอกว่าแค่เท่านั้นก็พอ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ทั้งที่มีมีข่าวไม่ชอบมาพากลมากมายที่รอดหูรอดตา ไม่ได้ลงสื่อเหล่านั้น แต่คนก็ไม่มีความคิดที่จะอยากรู้มันอีกแล้ว ...ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน การสื่อสารระหว่าง "คน"กับ "คน" เท่านั้นที่มีพลวัต และแรงขับเคลื่อนทางสังคมมากที่สุดค่ะ

ป: อืม...

ล: ยกตัวอย่างนะคะ ฉันเคยไปช่วยงาน ตอนที่เกิดสึนามิในประเทศไทย ... ตอนที่ฉันไปถึงที่นั่นนั้น เป็นช่วงแค่ 3-4 วันหลังเกิดเหตุเท่านั้นเอง แต่ฉันก็พบว่าการฟื้นฟูอะไรต่อมิอะไรช่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

ป: ครับ

ล: ไม่นานมานี่ ฉันมีโอกาสได้ไปที่นิวออร์ลีนส์ (ที่โดนพายุแคธรีน่าถล่มไปเมื่อ 2 ปีก่อนน่ะครับ) ... ประมาณปีครึ่งหลังเกิดเหตุน่ะค่ะ... ความประทับใจแรกหลังจากที่ได้เหยียบที่นั่นคือ "พระเจ้า! ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่านี่มันผ่านมาตั้งปีครึ่งแล้ว...พระเจ้า...นี่ใช่ประเทศที่ฉันอยู่แน่เหรอ?"

ป: มันไม่ดีขึ้นเลยเหรอครับ?

ล: ค่ะ ... มันน่าอนาถมาก...ร้านรวงยังพังยับเยิน ตึกรามยังชำรุดจนอยู่อาศัยไม่ได้เป็นแถบๆ เหมือนไม่มีใครมาเหลียวแลเลยซักนิด เท่าที่ฉันเห็นคือ... 4 วันที่ภาคใต้ของไทย ยังทำอะไรได้มากกว่าเวลาปีครึ่งที่นิวออร์ลีนส์ซะอีก

ป: คุณจะบอกว่านี่ก็เป็นเรื่องของการโกงกินงบ?

ล: ไม่มีทางคิดเป็นอย่างอื่นแล้วค่ะ ไม่ว่าจะทางไหน ทางรัฐก็บกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายกาจเลยค่ะ... แล้วคุณเชื่อมั้ยล่ะว่าเรื่องนี้ กลับไม่มีการรายงานผ่านสื่อเลยแม้แต่น้อย ... ฉันอยากจะพูดว่าถ้าคนเราไม่ "คุยกัน" เราจะไม่มีทางรู้แน่ๆ ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการโกงกินดีๆ นี่เองค่ะ



หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้วครับ สัพเพเหระ...งานเลิก จบ ... พูดได้ว่า แม้เป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ข้าน้อยก็ได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ! ไม่ขอเน้นข้อความตรงไหนนะครับ เอาไปสกัดสาระประโยชน์กันเอาเอง ^^" ผมว่ามีหลายประเด็นให้คิดนะ ทั้งความคิดอ่าน ความเชื่อด้านการเมืองของคนอเมริกันเขา บลาๆๆ

หมดเวลาแล้วครับ วันนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ (-A-)

ลป. คราวหน้าไม่เอาการเมืองแล้วครับ เหนื่อย... -_-"" รีวิวอนิเมน่าจะเข้าท่ากว่า

เอา Lucky Star หรือ Now and Then Here and There ดีน้า~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีประเด็นที่น่าสนใจมากเลยจริงๆ

บางทีเราอาจจะคิดว่า Internet นี่เป็นสื่อเสรี ที่เปิดกว้าง

แต่จริงๆ แล้วเราอาจจะโดนควบคุม, บิดเบือนและชักจูงอยู่อีกทีก็ได้


ไม่มีอะไรดีไปกว่า ไปพบเห็นด้วยตัวเอง
ระหว่าง "คน" กับ "คน"

#1 By gomora on 2007-07-23 12:58

ตอนที่ดั๊นเม้นอยู่เน็ทมันตัดดดดดดดด
เม้นยาวสามวาสองศอกของดั๊นเลยสลายร่างหายไป แงงง

เอาใหม่*_*
อยากบอกว่านายจำแม่นดีจังเว้ยเฮ้ย
แล้วก็คุยกันเรื่องที่เป็นสาระดีจริงๆแหละ
อืม อย่างเรื่องของอเมริกา
บางทีเราก็มีทัศนคติว่าเราด้อยกว่า
แต่มันก็คงไม่ทุกเรื่องไปหรอก
การเลือกตั้งทั่วไปคราวก่อน คนมาออกเสียงก็แค่ 60กว่า%เอง

ตอนนี้ที่ชัดเจนคือ
ไม่ว่าจะที่ไหนช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมันมากขึ้นๆๆ
เห็นด้านที่เฮงซวยของทุนนิยมกันมากขึ้น
แต่ไม่สามารถจะปฏิรูประบบให้รองรับหรือแก้ไขปัญหาได้
(ปัญหาสำหรับเราก็คือ money politics เพราะมันลากโยงเรื่องคอรัปชั่นผลประโยชน์ทับซ้อนและนู่นนี่มาได้หมด
เพราะเราคิดว่าปัญหาเศรษฐกิจมันเชื่อยมโยงกับต้นสายปลายเหตุระดับโลกมากกว่าด้วย )

อา พูดมากๆก็เหนื่อยเหมือนกัน
ตอนนี้เค้ามีแจกร่างรัฐธรรมนูญตามบ้านละ
ให้ประชาชนได้อ่านก่อนจะมีการไปลงประชามติวันที่ 19 สิงหา
ถ้านายยังไม่กลับมันยื่นเรื่องลงที่สถานนฑูตไทยได้นะ
เค้าคงมีจัดหน่วยแบบนี้ตามท้องถิ่นไว้ในแต่ละรัฐ
เผื่อนายไม่อยากจะพลาด

#2 By mikan on 2007-07-24 04:09

ถ้าว่าด้วยเรื่องทฤษฎีสัมพันธภาพ

ความคิดเห็นนี้ค่อนข้างเป็นประโยชน์

ว่าเรากำลังทำอะไรกัน

รูปแบบของปฏิสัมพันธ์ระหว่าง คน กับ คน ถึงได้เปลี่ยนแปลงไปในระยะเวลาอันสั้น

พาลทำให้รูปแบบสังคมเปลี่ยน

มองดูอีกที เริ่มเห็นกะลาที่ครอบรางๆ
1.ความเหมือนที่แตกต่าง
คนไทยยกย่องสถาบันเบื้องสูงไว้เหนือสิ่งอื่นใด
คนอเมริกันก็ยกย่อง"เสรีภาพ"ไว้เหนือสิ่งอื่นใด
แต่คนทั้งสองประเทศ ต่างก็อาศัยอำนาจของสิ่งเหล่านั้นในทางที่ผิดเหมือนๆกัน

2.ขอยืมคำพูดของอาจารย์เราหน่อยละกัน
ระบบของสังคมไทยยังเป็นอะไรที่ flexible อยู่ นั่นก็คือ กฎที่วางไว้ก็เป็นแค่กฎ เราซิกแซกได้ตลอดตามที่เราชอบใจ ระบบแบบนี้จะดีอยู่อย่าง คือเราสามารถหาทางลัดจากขั้นตอนระเบียบการยุ่งยากที่บางครั้งก็ไม่จำเป็นได้ และเราสามารถหาวิธีเอาตัวรอดได้ตลอดเวลา ไม่ว่าสถานการณ์จะลำบากหรือคับขันแค่ไหน แต่ข้อเสียคือ คนในสังคมนั้นๆก็จะเอาแต่หาทางลัดในทุกๆเรื่อง ไม่มีความพยายามเผชิญหน้ากับปัญหาตรงๆ ดังนั้นเราจะไม่สามารถทำในสิ่งที่ต้องอาศัยความมุมานะได้ และสังคมจะไม่มีวันเจริญอย่างแท้จริง เพราะคนในสังคมรักแต่จะทำอะไรง่ายๆสบายๆอยู่ตลอด ในขณะที่ระบบของสังคมในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นหรืออเมริกา จะเป็นอะไรที่เป็นระบบระเบียบมาก ดังนั้นการทำงานต่างๆก็จะง่าย สะดวก และมีมาตรฐานดี เพราะทุกอย่างถูกตั้งกฎเกณฑ์มาอย่างเป๊ะๆ และทุกๆคนก็ทำเหมือนๆกัน แต่ถ้าระบบที่เป็นระบบระเบียบนั้นถูกทำลายลงหรือใช้การไม่ได้เมื่อไหร่ คนในสังคมเหล่านั้นจะง่อยแดก ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะทำงานนอกกฎระเบียบไม่เป็น

พอลองดูสภาพบ้านเมืองเวลาปกติกับเวลาเกิดภัยพิบัติ เปรียบเทียบระหว่างสองประเทศ เราว่ามันก็คงจะจริงล่ะนะ

3.สิ่งที่น่ากลัวกว่า "ความไม่รู้" คือ "ความหลงว่าเรารู้" สินะ

#4 By Kharl on 2007-07-24 10:50

น่าสนใจมากเลยครับ แต่อย่างน้อย อินเตอร์เน็ตก็เป็นโอกาสให้หลายๆคนได้เปิดหูเปิดตานะ เพราะถ้าไม่ได้โชคดีนัก คนรอบตัวของคนๆหนึ่งก็คงเป็นคนเหมือนๆกัน จุดเปลี่ยนในชีวิตของผมก็มาจากการได้พบความหลากหลายบนอินเตอร์เน็ตนี่แหละ

#5 By Ion on 2007-08-20 15:45

มันเหมือนประกาศข่าวรายงาน พยากรณ์อากาศในเรื่องhappy lesson

right beyong

มันผลิตเเต่การ์ตูนเเบบนี้จริงๆ
ฮ้อย

#6 By ไฟ สู้ ด่าหี on 2007-09-09 20:12

ว้าวว ดีงับ มีสาระมากเลย >w<

ผมมัวแต่ขลุกอยู่กับการ์ตูนและโด ไม่ได้เปิดหูเปิดตาบ้างเลย เศร้าตัวเอง

ดีใจที่เปิดเจอบล็อคนี้

ป.ล. ขอ Add บล็อคงับ ^^
ป.ล.2 ชื่อของท่านแนวมากขอรับ ^^b

#7 By † A k ! r a † on 2008-05-20 11:36

แสงศวรรต!!!

(ขอนิดหนึ่ง...เหอะ)

#8 By =ShiN-@h= on 2008-07-31 03:40

^
^
^

ขอโทษค่ะ เผลอกดเอนเทอร์

แสงศตวรรษ!!!

(ขอนิดหนึ่ง...เหอะ)
เป็นกรณีที่ยังติดค้างในใจหนูมาจนถึงทุกวันนี้เลย ฮ่าๆๆๆๆ
พยายามจะไม่พูดถึงเรื่องการเมืองนะคะ...
ไม่อยากจะออกความคิดเห็นอะไรมากตรงจุดนี้
วุฒิภาวะของหนูยังไม่มากพอจะมองอะไรลึกๆ ได้อย่างพี่ๆ
แต่ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับที่พี่บอกว่าเฉยๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

บางทีประเทศไทยอาจจะทุ่มเทเวลาให้กับการเล็มกิ่งมากกว่ารดน้ำให้กับต้นไม้ก็เป็นได้นะคะ...

#9 By =ShiN-@h= on 2008-07-31 03:44

คนไทยรักที่ตัวบุคคล ไม่ใช่สถาบัน
การเมืองไทยทำเหมือนประชาธิปไตย แต่สุดท้ายก็ทำตามใจตัวเอง กันทั้งนั้น

#10 By O Freunde on 2008-07-31 04:14

รีวิวอนิเมเข้าท่ากว่าครับ sad smile

#11 By PastelSalad on 2008-10-10 03:37

รีวิวอนิเมเข้าท่ากว่าครับ sad smile

#12 By PastelSalad on 2008-10-10 03:38