0010: หรือว่านี่คือสิ่งที่ขาดหายไปในหลักสูตรคณิต-วิทยาศาสตร์ของบ้านเรา?
posted on 09 Jan 2007 16:04 by stellargazer in Et-Ceteraเรื่องมันมีอยู่ว่า...
เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้เข้าฟังเลคเชอร์ของอาจารย์ฝรั่งสองท่านที่ทางมหาวิทยาลัยเชิญมาสอน block course สั้นๆ เพียง 2 อาทิตย์ต่อหนึ่งคอร์ส (แต่เรียนเช้ายันเย็นตั้งแต่จันทร์-เสาร์ และมีการบ้านทุกวันนะครับ เหอๆ)
แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันนั้น ผมกลับได้ยินคำพูดที่ไม่เคยหลุดจากปากอาจารย์ท่านไหนตลอดการเรียนวิชาสายวิทย์-คณิตตั้งแต่เกิดมาจนถึงระดับ ป.โท
อ. ท่านแรกพูดว่า
"...By the philosophy, it is naturally true that..."
(...โดยปรัชญาแล้ว เรื่องนี้ก็ย่อมจะเป็นจริงไปตามธรรมชาติ...)
อีกท่านหนึ่งพูดว่า
(...โดยปรัชญาแล้ว เรื่องนี้ก็ย่อมจะเป็นจริงไปตามธรรมชาติ...)
อีกท่านหนึ่งพูดว่า
"...Although this algorithm is feasible, its mathematics is not elegant..."
(...ระเบียบวิธีนี้อาจแก้โจทย์ได้จริง แต่ก็ไร้ซึ่งความงามทางคณิตศาสตร์...)
(...ระเบียบวิธีนี้อาจแก้โจทย์ได้จริง แต่ก็ไร้ซึ่งความงามทางคณิตศาสตร์...)
อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาที่ อ. เลคเชอร์หรอกครับ (ฮา) แต่ก็ได้เรียนรู้ในสิ่งที่มีค่ามากๆ นั่นคือแก่นของวิทยาศาสตร์ที่ผมเคยหลงลืมไป
เพราะแท้จริงแล้ววิชาวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เพียงแค่การท่องตำราหรือการฝึกหัดทำโจทย์ปัญหา แต่มันคือปรัชญาอันว่าด้วยการเรียนรู้ธรรมชาติ
บางทีสาเหตุที่ผมไม่เคยได้ยินคำพูดเชิง appreciation (การวิจารณ์คุณค่า) ในวิทยาศาสตร์จากปากของอาจารย์ไทยเลย อาจเป็นตัวสะท้อนถึงความจริงข้อหนึ่ง นั่นคือหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาสายคณิต-วิทยาศาสตร์ของบ้านเราล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการผนวก concept (แนวคิดหลัก) ของวิชาให้เป็นส่วนหนึ่งของศิลปะ-วัฒนธรรม
ถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดว่าไอ้เจ้าของบล็อกนี่มันบ้า ศิลปะคือศิลปะ พูดถึงศิลปะมันก็ต้องพวกสายศิลปศาสตร์หรือศิลปกรรมโน่น จะเอามารวมกับวิทยาศาสตร์ได้ยังไง?
แต่อย่าลืมนะครับว่าวิชาวิทยาศาสตร์ที่เราเรียนๆ กันอยู่นี้มีรากฐานมาจากอารยธรรมฝั่งตะวันตก โดยเริ่มจากนักคิดนักปรัชญาทั้งหลายที่พยายามจะอธิบายธรรมชาติ แล้วจึงค่อยๆ พัฒนามาเป็นตรรกะ ระบบการคิด กฎ ทฤษฎีต่างๆ อย่างที่เห็นในตำราเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างมันค่อยๆ ฝังราก จนกลายเป็นวัฒนธรรมทางความคิดของคนฝั่งตะวันตกไปแล้ว
สรุปได้ว่าการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ มันก็คือการเรียนรู้ศิลปะ-วัฒนธรรมของเขาในอีกรูปแบบหนึ่งนั่นล่ะครับ
คำถามอยู่ตรงนี้ครับ ถามว่า "เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเรียนรู้วัฒนธรรมของชนชาติหนึ่งๆ โดยไม่ทำความเข้าใจความคิดของชาตินั้นเสียก่อน?"
ทำได้ก็แปลกไปหน่อยละ
หากสอนให้นักเรียนเข้าใจคุณค่าของวิชาไม่ได้ นั่นก็เท่าก้ับว่าการเรียนการสอนนั้นล้มเหลวตั้งแต่ต้น วิทยาศาสตร์ของนักเรียนส่วนใหญ่จึงมีราคาค่างวดเพียงแค่เกรดในสมุดพก เมื่อเป็นเช่นนี้ต่อให้นักเรียนจำสูตรได้ ทำข้อสอบถูกหมด คะแนนเหล่านั้นจะมีความหมายอะไร?
จบดื้อๆ เมื่อหมดมุขตามสูตร ขอปอลอไว้นิดนึงว่าแรงบันดาลใจของเอนทรี่นี้ มาจากข่าว "ชาวบ้าน จ.แพร่ แห่บูชาบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์" กับเมลลูกโซ่ "เสาผีสุวรรณภูมิ" ที่กำลังระบาดในหมู่นักเล่นเน็ตครับ
ไปโยงกันเอาเอง ครับเด้อครับ...
Tags: math, philosophy, science11 Comments

look พี่แกเหมือน เด็กศิลปกรรม มากกว่า Programmer ในตำนาน.... สุดๆ
เขาเคยบอก ว่า
Java มันก็ดี Garbage Collection ทำให้คนสะดวก
แต่มันไม่ สวยสดงดงาม เท่า C++
(~ - - )~ คนที่เข้าใจถึงความงาม ในวิชาสายวิทย์ ได้นี่มันต้องสุดยอดมากๆ แน่ๆ
#1 By gomora on 2007-01-10 01:15